คุยกับผีตัวที่ ๒๔ ฤๅษีชัชลัยหัวหน้าฤๅษีผู้มีบริวารพัน (ปฐมเหตุอาศรมแห่งธรรม)
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
Share this topic on FacebookShare this topic on MySpaceShare this topic on TwitterShare this topic on GoogleShare this topic on
ผู้เขียน หัวข้อ: คุยกับผีตัวที่ ๒๔ ฤๅษีชัชลัยหัวหน้าฤๅษีผู้มีบริวารพัน (ปฐมเหตุอาศรมแห่งธรรม)  (อ่าน 1262 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
กระเบนท้องน้ำ
ปรมาจารย์
*****

1571
ออฟไลน์ ออฟไลน์

• เจ้าของกระทู้ •


เพศ: ชาย
ย.บ. รุ่นที่: 51
เลขประจำตัว: 16262
สถานะ: ศิษย์เก่า
ตอบกระทู้: 1482
สมาชิกลำดับที่: 2585

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 31 : Exp 28%
HP: 0.1%


อีเมล์
« เมื่อ: 08 พฤษภาคม 2015, 14:18:26 PM »

                         เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณ ๑๔ ปีที่แล้ว ที่สวนบ้านของผู้เขียนเอง(ปัจจุบันคืออาศรมแห่งธรรม)ตอนนั้นคุณพ่อยังอยู่แล้วที่บ้านยังทำฟาร์มไก่ขาว สมัยนั้นผู้เขียนกำลังเคร่งในเรื่องการปฏิบัติ ที่บ้านพ่อแม่เป็นที่ที่ผู้เขียนชอบมาใช้เป็นที่ปลีกวิเวกเพราะมันเงียบสงบห่างจากความเจริญบ้านแต่ละหลังจะปลูกห่างกันจึงไม่ค่อยมีใครมาวุ่นวาย เวลากลับมาแต่ละครั้งก็จะถือโอกาสมาปฏิบัติธรรมในสวนบ้านตัวเองทุกครั้ง จนมีเรื่องราวที่จะนำมาเล่าให้ฟังนี่แหละ

                          วันนั้นผู้เขียนมาบ้านและก็ปลีกวิเวกไปปฏิบัติธรรมในสวนของตัวเอง วันนั้นเลือกที่จะนั่งในที่ที่ไม่เคยนั่งพอเลือกได้ที่เหมาะก็ลงนั่งอธิฐานจิตแล้วทำสมาธิ นั่งไปได้ระยะหนึ่งก็รู้สึกมีรัศมีที่อบอุ่นมากระทบที่กายของผู้เขียน เมื่อพิจารณาลงไปก็รู้ชัดว่าไม่ใช่รัศมีความอบอุ่นที่ออกจากกายเราแต่เป็นของผู้อื่นจึงกำหนดใจถามไปที่รัศมีความอบอุ่นนั้น“ใครที่แผ่รัศมีมากระทบเรา"มีเสียงตอบมาว่า“เรามาอยู่ที่นี่นานแล้ว”“แล้วท่านเป็นใครจึงได้มาอยู่ ณ สถานที่แห่งนี้”“เราเป็นฤๅษี เราถือเพศฤๅษี เรานั่งบำเพ็ญสมาธิอยู่ที่ป่าแห่งนี้มานานหลายปีแล้ว”ได้ฟังดังนั้นผู้เขียนจึงกำหนดรู้ในรูปของเสียงนั้นด้วยตาฌาน ปรากฏภาพพระฤๅษีขึ้นตรงหน้า ๑ องค์ หนวดเครายาวนุ่งห่มผ้าลายคล้ายลายเสือ มีชฎาสวมบนศีรษะ รูปร่างไม่เล็กไม่ใหญ่ นั่งในท่าขัดสมาธิตรงหน้าผู้เขียนห่างกันประมาณ ๕-๖ คืบ “เหตุใดท่านจึงมาอยู่ที่นี่ เพราะที่นี่เป็นสวนในบริเวณบ้านของคน(มนุษย์) จะมีความสงบได้ยังไง”“แล้วที่เจ้ามานั่งที่นี่เพราะอะไร”ฤๅษีถามกลับ“ก็เพราะว่ามันสงบร่มรื่น”“นั่นแหละคำตอบเดียวกัน ก็เพราะมันร่มรื่นนั่นเองพวกเราถึงมาอยู่ที่นี่”“พวกเรา แสดงว่าไม่ได้มีท่านองค์เดียวหรอกรึ”ผู้เขียนถาม“แน่หล่ะ พวกเราไม่ใช่มีแค่เราองค์เดียว แต่เรายังมีเพื่อนฤๅษีที่มาอยู่รวมกันทำความสงบให้เกิดแก่จิตแก่ใจนี้อีกหลายท่าน ลองพิจารณาดูสิแล้วจะเห็น”ฤๅษีเชิญให้ดูพวกพ้องของท่านผู้เขียนก็มองด้วยฌาณไปรอบๆเห็นเหล่าบรรดาฤๅษีนั่งกันอยู่เต็มสวนป่า

                           จึงถามจำนวนฤๅษีเหล่านั้น“เต็มไปหมดเลย ทั้งหมดมีจำนวนสักเท่าไหร่กันขอรับท่านฤๅษี”ผู้เขียนถาม“๑๐๐๐ รวมทั้งเราด้วยที่อาศัยป่านี้ทำความสงบ เรารอที่จะพบเพื่อสนทนากับเจ้ามานานแล้ว”“รอที่จะสนทนากับผมมีเรื่องอันใดขอรับ”ผู้เขียนถาม“ก็เรื่องที่อยากให้เจ้ารู้ว่ามีพวกเราอยู่ที่นี่นะสิ”"แค่นี้หรือขอรับ”“นั่นก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่มีอีก”“เรื่องอะไรอีกหรือขอรับ” ผู้เขียนถามต่อ“ก็เรื่องการเบียดเบียนชีวิตสัตว์ เรื่องเสียงและกลิ่นเหม็นของขี้ไก่ที่คอยรบกวนความสงบของพวกเราอยู่เนืองๆไงหล่ะ ที่เราอยากจะสนทนาเพื่อเตือนเจ้าและครอบครัวของเจ้า”ท่านฤๅษีตอบ ผู้เขียนจึงรับคำและขอคำชี้แนะจากฤๅษีองค์นั้น“ขอท่านฤๅษีจงบอกกล่าวในสิ่งอันเป็นประโยชน์แก่ตัวกระผมและครอบครัวเถิด กระผมจะตั้งใจฟัง”ฤๅษีเริ่มบรรยายความที่อยากจะบอกกล่าวต่อผู้เขียน“สถานที่แห่งนี้แต่ก่อนแต่ไรสืบเนื่องมาเป็นสถานที่ที่ทับถมแห่งอารยธรรมและอริยชนมาช้านานหลายยุคหลายสมัย

                            เหล่าผู้ปรารถนาความหลุดพ้นหรือความสงบมักจะมา ณ แดนนี้ ปัจจุบันสถานที่นี้ก็ยังเหมาะสมที่จะใช้ทำกิจเพื่อความสงบทางจิตได้อย่างดีทีเดียว จึงนับว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สถานที่หนึ่งในบรรดาสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆที่มีอยู่ในโลก เราจึงอยากให้เจ้าพิจารณาดูว่า สมควรแล้วหรือที่จะเอาสถานที่อย่างนี้มาใช้เบียดเบียนชีวิตแทนที่จะเป็นเขตอภัยทานแก่สรรพชีวิต กำลังจะถึงเวลาของสถานที่แล้วเจ้าจักเป็นผู้ปลดปล่อยดวงวิญญาณทุกข์ที่รอคอยผลสัมฤทธิ์จากการปฏิบัติของเจ้า และสถานที่นี้จักเป็นที่อยู่เพื่อสร้างสมอบรมบารมีของเจ้า เมื่อถึงเวลาเจ้าจะรู้เอง แต่เวลาจากนี้เราอยากขอให้เจ้าเตือนพ่อแม่ของเจ้าให้เลิกเบียดเบียนชีวิต การเลี้ยงชีวิตด้วยชีวิตผู้อื่นหรือสัตว์อื่นแม้เป็นอาชีพเพื่อการยังชีพแต่ก็มีบาปติดตัวติดจิตวิญญาณไป ที่สำคัญเมื่อสถานที่เป็นสถานที่เพื่อประกอบบุญแต่ใช้ประกอบบาปกิจการงานอาชีพจึงไม่เจริญมีแต่ขาดทุนและจะหมดตัวในที่สุด เลิกซะตอนนี้ทุกอย่างจะยังไม่เลวร้ายเกินไป หวังว่าเจ้าคงเข้าใจในคำของเรา”“

                             เข้าใจอย่างแจ่มแจ้งเลยขอรับ กระผมก็คิดพิจารณาว่าเป็นอย่างนั้นเหมือนกัน แต่แล้วทำไมท่านฤๅษีไม่มาบอกผมตั้งแต่แรก ปล่อยเวลาผ่านไปนี่ก็เข้าปีที่ ๙ แล้วที่พ่อแม่ทำฟาร์มนี้มา”ผู้เขียนถามไป“ก็เพราะมันเป็นชะตากรรมของครอบครัวเจ้าที่ต้องเผชิญ อีกอย่างเวลานั้นเจ้ายังเป็นวัยรุ่น ยังไม่ได้สนใจประพฤติปฏิบัติธรรม ดวงจิตยังไม่บริสุทธิ์ เราจึงต้องรอเวลาที่เจ้าเติบโตและค้นพบดวงจิตอันบริสุทธิ์ของตัวเองก่อนเฉกเช่นเวลานี้ที่เจ้าพร้อมที่จะทำงานทางจิตได้ เราจึงสามารถสื่อสารกับเจ้าได้”“อ่อ ขอรับ กระผมเข้าใจแล้ว กระผมจะนำเรื่องที่ได้พบกับพวกท่านไปบอกพ่อแม่ ให้รับรู้ ซึ่งกระผมเองก็อยากให้พ่อแม่เลิกกิจการนี้เสียทีเหมือนกัน กระผมสงสารบรรดาไก่ที่ต้องถูกนำไปเชือด อีกอย่างท่านก็แก่ชรามากขึ้นแล้วไม่อยากให้ท่านเหนื่อย ขอบคุณท่านฤๅษีมากนะขอรับ”“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร”พระฤๅษีรับคำ“ขอประทานโทษขอรับ ท่านมีนามว่ากระไรหรือขอรับ กระผมจะได้เอ่ยนามท่านถูก”ผู้เขียนถาม“ชัชลัย นามของเราคือฤๅษีชัชลัย มีบริวารฤๅษี ๑๐๐๐”ฤๅษีตอบ“ชัชลัย”ผู้เขียนเอ่ยนามของท่านแล้วถามต่อว่า“แล้วท่านจะอยู่ที่นี่ไปอีกนานแค่ไหน”“ไม่มีกำหนดเมื่อใดที่เจ้าเห็นเราและบริวารเราก็ยังอยู่ เมื่อใดที่เจ้าไม่เห็นเราและบริวารเราก็ไม่อยู่แล้ว”ฤๅษีตอบ“แล้วที่ท่านว่าที่แห่งนี่เคยมีอารยธรรมและมีอริยะนั่นหมายความว่าอย่างไรขอรับ”ผู้เขียนถาม“เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เจ้าต้องค้นหาจากการปฏิบัติเอาเอง เมื่อถึงเวลาเจ้าจะรู้ความจริงทุกประการเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้ และทั้งหมดเกี่ยวเนื่องกับชีวิตของเจ้าเราบอกได้เท่านี้”“ขอรับ กระผมจะจดจำคำของท่านและจะต้องรู้เรื่องราวเหล่านั้นให้ได้ในที่สุด

                              เอาหล่ะนี่เราก็สนทนากันมานานพอสมควรแล้ว เราคงต้องขอตัวไปทำกิจอันสมควรแก่เพศของเราแล้ว ถือโอกาสลากันตรงนี้เลยก็แล้วกัน”“เดี๋ยวขอรับ แล้วผมจะพบท่านได้อีกหรือเปล่า”ผู้เขียนถาม“ถ้าวาสนามีก็ได้พบกัน”ฤๅษีนั้นก็อันตรธานไปจากตาฌานของผู้เขียน“ขอบคุณมากขอรับ ขอบคุณสำหรับการบอกกล่าวที่หวังดีต่อผมและครอบครัว"นั่นนับเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆในใจสำหรับผู้เขียน เป็นแรงบันดาลใจที่จะทำให้ผู้เขียนรู้ว่าต่อไปข้างหน้าสถานที่นี้จะทำอะไรที่จะเจริญรุ่งเรืองได้ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของอาศรมแห่งธรรมในวันนี้ เรื่องราวเกี่ยวกับสถานที่นี้ยังมีอีกมาก มีเวลาจะมาเล่าให้ฟังกันอีกในโอกาสต่อไป ขออานุภาพแห่งพระโพธิญาณ พุทธานุภาพ ธรรมานุภาพ สังฆานุภาพ บารมี ๓๐ ทัศน์ จงดลบันดาลให้ท่านทั้งหลายจงประสบความสุขความเจริญ ตามความปรารถนาในทุกสิ่งทุกอย่างสมดังใจทุกประการ ขอจบเรื่องราวผีตัวที่ ๒๔ เพียงเท่านี้ พบกันในผีตัวต่อไป



ไว้พบกันใหม่ในเรื่องผีตัวที่ 25...โปรดติดตามกันต่อไป.หึ หึ หึ

ขอขอบคุณท่านเจโต สำหรับเรื่องราว…ที่นำมาเล่าถ่ายทอดเพื่อเป็นวิทยาทาน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 กันยายน 2016, 09:02:36 AM โดย กระเบนท้องน้ำ » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: