คุยกับผีตัวที่ ๒๓ พบพระโสดาบันที่มีชื่อเสียง...สอนธรรมแก่สัตว์นรก
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
Share this topic on FacebookShare this topic on MySpaceShare this topic on TwitterShare this topic on GoogleShare this topic on
ผู้เขียน หัวข้อ: คุยกับผีตัวที่ ๒๓ พบพระโสดาบันที่มีชื่อเสียง...สอนธรรมแก่สัตว์นรก  (อ่าน 7634 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
กระเบนท้องน้ำ
ปรมาจารย์
*****

1571
ออฟไลน์ ออฟไลน์

• เจ้าของกระทู้ •


เพศ: ชาย
ย.บ. รุ่นที่: 51
เลขประจำตัว: 16262
สถานะ: ศิษย์เก่า
ตอบกระทู้: 1482
สมาชิกลำดับที่: 2585

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 31 : Exp 28%
HP: 0.1%


อีเมล์
« เมื่อ: 04 พฤษภาคม 2012, 12:48:35 PM »

หายไปนานอีกตามเคยจริงๆแล้วมีเรื่องเล่ามากมายแต่ต้องพยายามเล่าเรื่องที่ดีมีสาระและมีประโยชน์ ช่วงที่ผ่านมามีผู้อ่านหลายท่านมาพบแลกเปลี่ยนทัศนคติความคิดความเชื่อแตกต่างกันไป ก็เป็นประโยชน์ดี วันนี้มีเวลาก็เลยมานั่งเขียนเรื่องใหม่มาให้อ่านกันอีก เรื่องราวต่อไปนี้เป็นเรื่องของพระสงฆ์ที่มรณภาพไปแล้วเมื่อหลายปีก่อนท่านได้พระโสดาบันสมัยที่ท่านอยู่ท่านเป็นพระที่มีชื่อเสียงมากเรียกง่ายๆว่ารู้จักกันทั่วโลกเลยทีเดียวก็ว่าได้ มันเป็นความอยากรู้ของผู้เขียนเองที่อยากรู้ว่าพระที่มีชื่อเสียงระดับนั้นท่านตายแล้วจะเป็นอะไรและได้ไปอยู่ที่ไหน ก็เลยค้นหา ต้องใช้เวลาค้นหาอยู่หลายวันทีเดียวกว่าจะเจอ ท่านว่าท่านไม่อยากให้พบแต่เห็นความตั้งในสิ่งที่ผู้เขียนทำว่ามีความตั้งใจดีมีเจตนาที่ดีก็เลยยอมมาพบ (ในสมาธิ) หลังได้พบกันผู้เขียนก็ได้กราบสักการะท่านในฐานะพระสงฆ์ที่เคารพในพระพุทธศาสนา แล้วเราก็เริ่มสนทนาในเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นต่อไป
ก่อนอื่นต้องขอสงวนนามของพระอริยสงฆ์รูปดังกล่าวไว้ก่อนเพราะอาจจะกระทบถึงศรัทธาความเชื่อที่ยังมีอยู่ของศาสนิกชนของท่านอย่างกว้างขวาง

เอาเป็นว่าเรามาคุยกันที่เรื่องราวเฉพาะที่เกิดขึ้นกับผู้เขียนในเวลานั้นก็พอโดยไม่ต้องสืบค้นกันว่าท่านคือใคร แต่ที่แน่ๆท่านเป็นพระอริยสงฆ์เจ้าชั้นพระโสดาบันแน่นอนซึ่งก็หมายความว่าธรรมมะของท่านเชื่อถือและปฏิบัติตามได้ มาเริ่มเรื่องการสนทนาของผู้เขียนกับท่านกันเลยดีกว่า
“หลวงพ่อครับตอนนี้ท่านอยู่ในสภาวะใด และอยู่ที่ไหนใน ๓๒ ภพภูมินี้” ผู้เขียนถามท่านไปตรงๆ “อาตมาภาพอยู่ในสภาวะพระโสดาบัน อยู่ที่พรหมโลกชั้นมหาพรหมมา มาสิจะพาไปเที่ยวชมที่อยู่ว่าเป็นอย่างไร” ท่านตอบและชวนผู้เขียนไปเที่ยวยังที่ที่ท่านสถิตย์ โดยผู้เขียนเดินตามท่านไปลักษณะในสมาธิเราต่างอยู่ในรูปของตัวเองที่เห็นกัน ท่านพาเดินขึ้นเขาสูงมากแต่ไม่มีความเหนื่อยเลยเพราะเป็นสภาวะในสมาธิ ไปจนถึงยอดเขา พบเหมือนกระท่อมเล็กๆคล้ายกันกับกระท่อมในโลกของเรา ท่านบอกว่าถึงแล้วที่ที่ท่านพำนักอยู่ บริเวณโดยรอบรายล้อมไปด้วยพฤกษาพันธ์ไม้หลากชนิดรายล้อม ร่มรื่น ไปทั่วบริเวณ น่าอยู่เหมาะสำหรับเจริญสมาธิฌาน เงียบสงบ “ที่นี่คือพรหมโลกเป็นที่อยู่ของพวกพรหม เราพำนักอยู่ที่นี่ตั้งแต่ตายจากโลก”หลวงพ่อพูดขึ้น “ร่มรื่นดีจังเลยนะขอรับ แล้วทุกวันหลวงพ่อทำอะไรบ้างหล่ะขอรับ” ผู้เขียนถาม “งานประจำคือลงไปนรกสอนธรรมมะแก่พวกสัตว์นรก” หลวงพ่อตอบ “อ้าวหลวงพ่อต้องไปนรกด้วยหรือขอรับ” ผู้เขียนถามต่อ “ต้องไปสิเพราะมันเป็นงาน สงสารพวกเขา สัตว์นรกเขาก็อยากฟังธรรมมะอยากให้พระไปสอนไปโปรด เพื่อคลายทุกข์ของเขา สัตว์นรกบางพวกก็เคยเป็นลูกศิษย์ลูกหากันมาตอนอยู่บนโลกแต่ไม่เชื่อที่หลวงพ่อสอน พอตายคิดได้ ก็นึกถึงหลวงพ่ออยากให้ไปสอน บางพวกหลวงพ่อสอนไปอย่างหนึ่งไปตีความอย่างหนึ่งซึ่งมันผิด

พอตายก็มาหาว่าเพราะธรรมมะของหลวงพ่อเขาจึงตกนรก หลากหลายเรื่องหลายแบบ สุดท้ายท่านยมพบาลก็เลยมาขอให้ไปช่วยสอนธรรมมะให้พวกสัตว์นรกเหล่านั้น หลวงพ่อก็เลยรับปากมาช่วยท่าน มาจะพาไปเที่ยวนรกไปดูว่าทุกวัน หลวงพ่อต้องไปนรกยังไง และทำอะไรบ้างในนรก ไปกันหลวงพ่อจะพาไป”ท่านพูดจบก็เดินนำไป ไปนรก ทางเดินเป็นทางลงจากเขา ท่านบอกว่าเขาลูกนี้ที่ท่านอยู่มีชื่อว่าเขาสามภพ มีฐานตั้งอยู่ในนรก มียอดสูงถึงพรหมโลก สุดยอดก็ที่ท่านพำนักอยู่นั่นแหละ ท่านพาเดินลงไปเรื่อยๆ ระยะทางยาวไกลมาก “หลวงพ่อต้องเดินอย่างนี้ทุกวันเลยหรือขอรับ”ผู้เขียนถาม “ใช่ หลวงพ่อเดินอย่างนี้ทุกวัน” “ไม่เหนื่อยหรือขอรับ” “ไม่เหนื่อยหรอก สงสารสัตว์นรกมากกว่า อยากช่วยพวกเขา แต่เราก็ทำได้เพียงแค่นี้เท่านั้น ช่วยได้มากได้น้อยก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าอยากจะช่วย ไปอีกไม่ไกลก็จะถึงแล้ว ไปเถอะ เดี๋ยวก็จะได้รู้” หลวงพ่อตอบและเดินนำไปอยากไม่รู้เหน็ดเหนื่อย ท่านผู้อ่านลองคิดถึงภาพพระภิกษุชราภาพมากแต่ต้องเดินทางไกลทุกวันสิ ว่าท่านเหนื่อยแค่ไหน แต่ความจริงมันเป็นแค่รูปที่แสดงตามที่คุ้นเคยกันเท่านั้น รูปจริงท่านเป็นพระพรหมและท่านมีฤทธิ์

ที่เราเห็นว่าทางยาวไกลท่านสามารถไปได้ในเวลาอันรวดเร็วมาก แต่เพื่อให้เห็นภาพความอุตสาหะ ความตั้งใจของท่าน เราทั้งคู่จึงต้องอยู่ในภาพที่มนุษย์รู้จักและเห็นตามได้ “มาถึงแล้ว นรก เคยมาแล้วไม่ใช่หรือ” หลวงพ่อถาม “มาบ่อยขอรับ มาจนคุ้นแล้วขอรับ” “อืมม” หลวงพ่อรับคำ “มาทางนี้ทางนี้ ที่ทำงานหลวงพ่ออยู่ทางนี้” หลวงพ่อเรียกให้เดินตามท่านไป เหมือนเดิมทุกครั้งที่มานรก เสียงร้องอึกทึกโหยหวนของสัตว์นรกดังไปทั่วบริเวณด้วยความน่าเวทนาสงสาร ผู้เขียนเดินตามหลวงพ่อไปจนถึงที่ที่ท่านเรียกว่าที่ทำงานของท่าน มันเป็นเหมือนกับธรรมมาสน์ของมนุษย์เราที่เห็นได้ตามวัดทั่วไปให้พระสงฆ์ไว้นั่งเทศนาสอนคน ธรรมมาสน์ของหลวงพ่อในนรกนี่ก็เหมือนกันแต่งงดงามวิจิตรมากกว่า “ได้เวลาที่หลวงพ่อต้องทำงานแล้ว เธอรออยู่ที่ข้างล่างนี่ไปก่อนก็แล้วกัน เสร็จงานแล้วค่อยคุยกัน” พูดจบหลวงพ่อก็ขึ้นธรรมมาสน์เทศน์ สัตว์ที่มารอฟังเทศน์ต่างพากันพนมมือ เนื่อตัวสัตว์นรกเหล่านั้นสกปรกมอมแมม เกรอะกรังด้วยมูตรคุถ น้ำเหลืองน้ำหนอง ส่วนใหญ่พวกที่ได้มาฟังเทศน์จะเป็นพวกที่มีความผิดสถานเบาพอมีธรรมมะในกมลสันดานอยู่บ้าง ส่วนพวกบาปหนาหมดสิทธ์ แต่เสียงเทศนาของหลวงพ่อนั้นดังกังวานไปทั่วทุกขุมนรกนั่นแหละอยู่ในส่วนไหนของนรกก็สามารถได้ยิน พวกสัตว์ที่กำลังโดนลงทัณฑ์ด้วยความเจ็บปวดก็ได้ยิน บางพวกสาธุไปพร้อมกับความเจ็บปวดเห็นแล้วน่าเวทนายิ่งนัก

แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้นั่นก็เพราะบาปเวรที่ได้กระทำกันเอาอย่างมากมายนั่นเองต้องมาอยู่ในสภาพแบบนี้ กลับไปที่หลวงพ่อท่านก็เทศนาหลักธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เทศนาไปเป็นลำดับๆ ท่านใช้เวลาเทศน์อยู่ตลอดทั้งวันจนถึงเวลาค่ำ ก็คงได้เวลาพักหรือพอสำหรับงานในวันนี้ท่านก็หยุด และลงจากธรรมมาสน์เป็นอันว่างานวันนี้ของท่านสิ้นสุดลง ท่านลงจากธรรมมาสน์แล้ว เดินมายังผู้เขียน แล้วพูดขึ้นว่า “นี่แหละคืองานที่หลวงพ่อต้องมาทำทุกวัน เห็นแล้วใช่มั้ย” “ขอรับ”ผู้เขียนรับคำ “แล้วจะไปไหนต่อขอรับ” ผู้เขียนถาม “ก็กลับไปยังที่พักนะสิ ถามได้” ท่านตอบ “หลวงพ่อกลับไปกลับมาอย่างนี้ทุกวันเลยหรือขอรับ” ผู้เขียนถาม “ก็ใช่นะสิ ทำอย่างนี้ทุกๆวัน” หลวงพ่อตอบ “แล้วจะทำไปถึงเมื่อไหร่ขอรับ” ผู้เขียนถามอีก “ก็จนกว่าจะสิ้นอายุขัยแห่งพรหมนี่แหละ แล้วไปเกิดเป็นอะไรค่อยว่ากันใหม่ แต่ถ้าเลือกได้ก็อยากจะไปเกิดเป็นมนุษย์อีกจะได้บวชในพระพุทธศาสนาแล้วสอนคนอีกดีที่สุด” “สาธุ โอ้โห หลวงพ่อสุดยอดจริงๆครับ คิดถึงแต่จะเกิดเพื่อช่วยคนน้ำใจของหลวงพ่อประเสริฐเหลือเกินครับ ผมขอกราบหลวงพ่อแทนสัตว์นรกและสรรพสัตว์ทั้งหลายด้วยนะขอรับ หลวงพ่อคงต้องกลับแล้วใช่มั้ยขอรับ” “ใช่” “ถ้างั้นกระผมก็ต้องขอกราบขอบพระคุณที่โปรดมาพบเพื่อไขข้อข้องใจ และผมยังได้ความรู้ใหม่เพิ่มขึ้นด้วย” “ไม่เป็นไร ดีแล้วที่คุณทำดีแล้ว ทำต่อไป

สักวันคงจะมีใครสักคนหรือหลายคนเข้าใจและยอมรับในสิ่งที่คุณทำ ตั้งใจทำต่อไปอะไรที่เป็นสิ่งที่ดีให้ทำไป หนทางของสรรพชีวิตหากยังไม่นิพพานเป็นอรหันต์ในที่สุดก็ยังต้องทำแต่จะทำอะไรต้องเลือกในสิ่งที่ดีที่ประเสริฐแล้วทำสิ่งนั้นนั่นแหละประเสริฐ เช่นเดียวกับที่คุณเลือกทำอยู่จัดว่าดี ว่าประเสริฐ ทำต่อไปน่ะ หลวงพ่อไปหล่ะ” “เอ่อหลวงพ่อครับ กระผมขอเอาเรื่องราวที่เราพบกันไปเล่าผู้อื่นฟังเพื่อประโยชน์ในการดำเนินชีวิตของพวกเขานะขอรับ” หลวงพ่อพยักหน้าแล้วยิ้ม “งั้นกระผมขอกราบลาหลวงพ่อตรงนี้เลยนะขอรับ นมัสการขอรับ” ผู้เขียนคุกเข่าก้มตัวลงกราบเบญจางคประดิษฐ์ ๓ ครั้ง พอเงยหน้าขึ้นหลวงพ่อก็เดินหายไปไกลลับตาแล้ว ผู้เขียนจึงกำหนดจิตถามหลวงพ่ออีกครั้งว่า “หลวงพ่อขอรับทำไมไม่เหาะไปหล่ะขอรับ” ท่านตอบกลับมาว่า “ใช้ฤทธิ์ทำงานไม่ได้เหงื่อ ไม่สนุกจำไว้” “ขอบคุณขอรับหลวงพ่อ” แล้วผู้เขียนก็กลับมาสู่ที่ที่นั่งกรรมฐานแล้วออกจากสมาธิ “ขอบคุณขอรับหลวงพ่อ” เป็นอันว่าเรื่องราวผีตัวที่ ๒๓ จบลงแค่นี้ไว้พบกันใหม่ในคุยกับผีตัวที่ ๒๔



ไว้พบกันใหม่ในเรื่องผีตัวที่ 24…โปรดติดตามกันต่อไป…

ขอขอบคุณท่านเจโต สำหรับเรื่องราว…ที่นำมาเล่าถ่ายทอดเพื่อเป็นวิทยาทาน

thxby128789Siripat_Jantarmonkol
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 กันยายน 2016, 09:03:28 AM โดย กระเบนท้องน้ำ » บันทึกการเข้า
Siripat_Jantarmonkol
แฟนพันธุ์แท้
*

1901
ออฟไลน์ ออฟไลน์


ตอบกระทู้: 3098
สมาชิกลำดับที่: 982

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 45 : Exp 29%
HP: 0%


อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: 23 พฤษภาคม 2012, 03:33:12 AM »




 

อ.อ้อออออ

thxby128870กระเบนท้องน้ำ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: