พระสมเด็จจิตรลดา "พระกำลังแผ่นดิน"
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
Share this topic on FacebookShare this topic on MySpaceShare this topic on TwitterShare this topic on GoogleShare this topic on
ผู้เขียน หัวข้อ: พระสมเด็จจิตรลดา "พระกำลังแผ่นดิน"  (อ่าน 14765 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
กระเบนท้องน้ำ
Moderator
ปรมาจารย์
*

1571
ออฟไลน์ ออฟไลน์

• เจ้าของกระทู้ •


เพศ: ชาย
ย.บ. รุ่นที่: 51
เลขประจำตัว: 16262
สถานะ: ศิษย์เก่า
ตอบกระทู้: 1482
สมาชิกลำดับที่: 2585

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 31 : Exp 28%
HP: 0.1%


อีเมล์
« เมื่อ: 15 ธันวาคม 2010, 23:39:05 PM »

พระสมเด็จจิตรลดา ปี2508




พระสมเด็จจิตรลดา ปี2509




พระสมเด็จจิตรลดา ปี2510




พระสมเด็จจิตรลดา ปี2511




พระสมเด็จจิตรลดา ปี2512




พระสมเด็จจิตรลดา ปี2513






เนื่องในวโรกาสที่ปีนี้เป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองครอง สิริราชสมบัติครบ 60 ปี และเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา เหล่าพสกนิกรชาวไทย รวมทั้งชาวต่างชาติทั่วโลกที่ได้มีโอกาสร่วมเฉลิมพระเกียรติฯ และชื่นชมพระบารมี มหัศจรรย์แห่งปรัชญา พระอัจฉริยภาพตลอด 60 ปี แห่งการครองราชย์ ซึ่งทรงไว้ด้วยเมตตาธรรม นับว่าเป็นบุญของแผ่นดินและปวงชนชาวไทย ที่มีพระมหากษัตริย์ซึ่งทรงรักและห่วงใยเหล่าพสกนิกรของพระองค์ ดุจเดียวกับบิดารักและห่วงใยบุตร

ทรงใช้พระปรีชาสามารถอันทรงคุณประโยชน์ ทรงไม่ย่อท้อต่อความเหน็ดเหนื่อยของพระวรกาย เพื่อให้เหล่าพสกนิกรของพระองค์อยู่ร่วมกันได้ในชาติด้วยความร่มเย็นผาสุก เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ผมและทีมงาน “นิตยสารพระท่าพระจันทร์” จึงใคร่ขอนำเสนอมหาวัตถุมงค “พระสมเด็จจิตรลดาหรือพระกำลังแผ่นดิน” ซึ่งเป็นที่ต้องการของนักสะสมพระทั่วไปอย่างกว้างขวาง โดยทรงสร้างขึ้นด้วยฝีพระหัตถ์ของพระองค์เอง

ในราวปีพุทธศักราช 2508 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ภูมิพลอดุลยเดชฯ ได้ทรงพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าให้ นายไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ ข้าราชการกองหัตถศิลป กรมศิลปากร ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์เข้ามาเป็นผู้แกะแม่พิมพ์พระสมเด็จจิตรลดานี้ใน พระราชฐาน ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ในการแกะแม่พระสมเด็จจิตรลดานั้น ท่านอาจารย์ไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ ได้กรุณาให้เกียรติเล่าและถ่ายทอดประสบการณ์ที่มีโอกาสรับใช้ใต้เบื้อง ยุคลบาทถวายงานในการแกะแม่พิมพ์ไว้ในหนังสือ “พระพิมพ์จิตรลดา” ซึ่งเรียบเรียงและสัมภาษณ์โดย คุณประมุข ไชยวรรณ อาจารย์ไพฑูรย์ได้ทำการแกะแม่พิมพ์ ตามพระกระแสรับสั่งขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเริ่มลงมือแกะพิมพ์พระสมเด็จจิตรลดา ลงบนหินลับมีดโกน

การแกะพิมพ์ (พระสมเด็จจิตรลดา หรือ พระกำลังแผ่นดิน) เป็นพุทธศิลป์แบบแม่พิมพ์ลึก แล้วใช้ดินน้ำมันกดลงบนแม่พิมพ์ลึกเพื่อถอดแบบองค์พระสมเด็จจิตรลดา จากนั้นก็ทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อทรงทอดพระเนตร และทรงวินิจฉัยแบบพิมพ์ พระองค์ท่านทรงมีพระกระแสรับสั่งให้แก้ไข ตกแต่ง แบบพิมพ์พระสมเด็จจิตรลดาหลายครั้ง จนเป็นที่พอพระราชหฤทัย เมื่อได้แม่พิมพ์ที่สมบูรณ์ด้วยพุทธศิลป์ตามพระราชประสงค์ของพระองค์ท่าน แล้ว จากนั้นพระองค์ทรงนำแม่พิมพ์ที่แกะไว้ทำการถอดต้นแบบพระสมเด็จจิตรลดาจากแม่ พิมพ์หิน โดยพระองค์ท่านทรงใช้วัสดุเคมีที่นำเข้าจากต่างประเทศที่มีคุณภาพดี จนได้ตามจำนวนพระราชประสงค์แล้ว ก็ทรงนำต้นแบบพระสมเด็จจิตรลดาจำนวนหนึ่ง เรียงบนภาชนะที่เตรียมไว้เพื่อทำการหล่อแม่พิมพ์อีกครั้ง โดยการหล่อเป็นแม่พิมพ์ยาง

การแกะแม่พิมพ์พระสมเด็จจิตรลดาพิมพ์เล็กท่านอาจารย์ ได้แกะแม่พิมพ์ถวายหลังจากที่ได้แกะแม่พิมพ์ใหญ่ถวายได้ไม่นานนัก โดยมีพุทธศิลป์เหมือนกับแม่พิมพ์ใหญ่ทุกประการ ยกเว้นแต่มีขนาดเล็กกว่าเท่านั้น พระพุทธศิลป์ขององค์พระสมเด็จจิตรลดา เป็นพุทธศิลป์แบบพระพุทธรูป พิมพ์ปางนั่งสมาธิ แบบขัดสมาธิราบ พระบาทขวาทับพระบาทซ้าย ประทับเหนือดอกบัวบานบน 5 กลีบ ล่าง 4 กลีบ รวมเป็น 9 กลีบ ตรงกับรัชกาลที่ 9 รูปทรงสามเหลี่ยมหน้าจั่ว แบ่งเป็นสองแม่พิมพ์ตามขนาดขององค์พระ คือ พิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก พระพิมพ์ใหญ่มีขนาดกว้าง 2 ซม. สูง 3 ซม. ส่วนพระพิมพ์เล็กมีขนาดกว้าง 1.2 ซม. สูง 1.9 ซม.พระราชประสงค์ในการสร้างพระสมเด็จจิตรลดา สืบเนื่องมาจากที่พระองค์ ได้รับทูลเกล้าฯ ถวายพวงมาลัยดอกไม้สดจากประชาชนในการเสด็จพระราชดำเนินเปลี่ยนเครื่องทรงพระ พุทธปฏิมากรแก้วมรกต

และได้ทรงแขวนไว้ ณ ที่บูชาองค์พระพุทธปฏิมากร ตลอดเทศกาลจนถึงคราวที่เสด็จพระราชดำเนินเปลี่ยนเครื่องทรงใหม่ ทรงเห็นเป็นของสำคัญที่ควรเก็บดอกไม้แห้งเหล่านี้ไว้ให้เป็นประโยชน์เพื่อ เป็นสิริมงคล และทรงมีพระบรมราชวินิจฉัย ว่าสมควรใช้เป็นส่วนผสมสำคัญสำหรับสร้างเป็นพระสมเด็จจิตรลดา และเพื่อให้ได้พุทธคุณสูงยิ่งขึ้น เพียงเฉพาะดอกไม้แห้งจากพวงมาลัยที่ได้กล่าวถึงมาแล้ว คงไม่เพียงพอสำหรับที่จะทำเป็นองค์พระ จะต้องมีส่วนผสมอื่นที่สามารถจะผสานให้เป็นเนื้อเดียวกัน รวมทั้งวัตถุมงคลจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วราชอาณาจักรด้วย จึงจะได้อำนาจแห่งพุทธคุณโดยสมบูรณ์ ทรงให้เจ้าพนักงานรวบรวมเส้นพระเจ้า (เส้นพระเกศา) หลังจากทรงพระเครื่องใหญ่ (ตัดผม) ดอกไม้แห้งจากมาลัยที่แขวนพระมหาเศวตฉัตร และด้ามพระขรรค์ชัยศรี ในพระราชพิธีฉัตรมงคล สีซึ่งขูดจากผ้าใบที่ทรงเขียนภาพโดยฝีพระหัตถ์ ชัน และสีซึ่งทรงขูดจากเรือใบพระที่นั่ง

ส่วนผสมที่เป็นมงคลนี้ คือ ส่วนผสมที่เรียกว่า “ส่วนในพระองค์” สำหรับส่วนผสมที่มาจากทุกจังหวัด ของทุกภาค ทั่วราชอาณาจักร ทรงมอบให้กระทรวงมหาดไทยเป็นผู้จัดหาวัตถุมงคลนี้ ซึ่งนำมาจากปูชนียสถาน หรือพระพุทธรูปอันศักดิ์สิทธิ์ที่พุทธศาสนิกชนทั้งหลายเคารพ ปฏิบัติบูชาสืบเนื่องกันมาเป็นเวลานานในแต่ละจังหวัด ได้แก่ ดิน หรือ ตะไคร่แห้งจากปูชนียสถาน ทองคำเปลวปิดพระพุทธรูป ผงธูปหน้าที่บูชา และน้ำจากบ่อศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งได้นำมาใช้เป็นน้ำสรงมุรธาภิเษกในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นต้น แม้แต่ภาชนะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ ใช้บรรจุ ห่อ วัตถุมงคลศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายถวายนั้น ก็มิได้ทรงทิ้งหรือทำลาย มีทั้งกระดาษ พลาสติก แก้ว และวัสดุอื่นๆ อีกหลายอย่าง เมื่อทรงใช้วัตถุมงคลศักดิ์สิทธิ์เสร็จแล้ว ภาชนะวัสดุเหล่านั้นทรงให้ยุบรวมกันเป็นชิ้นเดียวและทรงเก็บรวบรวมในพระราช ตำหนักในการสร้างพระสมเด็จจิตรลดานี้ทรงมีพระราชประสงค์ในเบื้องต้น เพื่อบรรจุที่ฐานบัวขององค์พระพุทธวราชบพิตรและพระราชทานแก่ข้าราชบริพารที่ ถวายงานใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท


รวมทั้งราชองครักษ์ประจำพระองค์ และพระราชทานให้กับพสกนิกรผู้ประกอบแต่กรรมดีแก่ประเทศชาติ โดยทรงมิได้เลือกชั้นวรรณะ ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง นายทหาร นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ หรือชั้นผู้น้อย จนมาถึงคนขับรถ คนสวน แม่ครัว และบรรดาข้าราชการทหารที่ไปร่วมรบในสมรภูมิต่างๆ เช่น เวียดนามและลาว ผู้บังคับบัญชาในระดับสูงจะทำหนังสือกราบบังคมทูลขอพระราชทานให้แก่นายทหาร เหล่านั้นในจำนวนที่ไม่มากนัก ซึ่งจะทรงมีพระราชวินิจฉัยด้วยพระองค์เองว่าจะมีพระราชทานหรือไม่ จำนวนเท่าใด แต่ในการขอพระราชทานจะต้องขอพระราชทานต่อพระองค์เท่านั้น จะไม่พระราชทานให้แก่ผู้ที่ไม่ได้ขอพระราชทาน ส่วนสมเด็จพระจิตรลดาพิมพ์เล็กทรงพระราชทานให้กับบุตรหลานข้าราชบริพารที่ รับใช้ใกล้ชิดพระองค์มีทั้ง เด็กชาย เด็กหญิง และสตรีที่สนองงานพระองค์ ทรงสร้างไว้ทั้งพิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็กประมาณ ไม่เกิน 3,000 องค์ และพระราชทานตั้งแต่ในปี 2508 จนสิ้นสุดในปี 2513

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงอธิษฐานพระบุญญาบารมี ของพระองค์ท่าน ความมีศรัทธาปสาทะอย่างสุดซึ้ง ในพระบวรพุทธศาสนา และผลบุญกุศลที่พระองค์ทรงยึดมั่นอยู่ในการประกอบแต่กรรมดี ทั้งในอดีตชาติและปัจจุบันชาติ ช่วยดลบันดาลให้พระสมเด็จจิตรลาดที่พระองค์ทรงสร้างขึ้นนั้น สูงสุดด้วยพระพุทธานุภาพ และกฤตยานุภาพ คุ้มครองให้คลาดแคล้วผองภัยพิบัติ และอำนวยความเป็นสิริมงคลให้แก่ผู้ที่ได้นำไปบูชา ด้วยความเลื่อมใสศรัทธา และประกอบแต่กรรมดี ซึ่งอัญเชิญพระพุทธคุณด้วยพระราชหฤทัยอันมั่นคงในทศพิธราชธรรมให้อยู่อย่าง มั่นคงกับพระสมเด็จจิตรลดาองค์นี้ ทุกครั้งที่ทรงเทพิมพ์ จะทรงเทพิมพ์ด้วยพระหัตถ์ ในยามดึกสงัดเพียงลำพังพระองค์เดียว มีเพียงเจ้าพนักงาน 1 คน ที่คอยถวายสุธารส และคอยหยิบสิ่งของต่างๆ ถวายตามพระราชประสงค์ การผสมผงวัตถุมงคลจะทรงผสมให้พอดีที่จะพิมพ์ให้หมดในแต่ละครั้งเท่านั้น ผู้ที่ได้รับพระราชทานพระสมเด็จจิตรลดาทุกองค์จะได้รับพระราชทานจากพระหัตถ์ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โดยให้เป็นรายบุคคลๆ ไป

พร้อมพระกระแสรับสั่งทุกครั้ง ให้ผู้ที่ได้รับพระราชทาน จงประพฤติปฏิบัติคุณงามความดีอยู่ในศีลธรรม และยึดมั่นอำนาจแห่งพระพุทธคุณ ทรงกำชับให้นำทองคำเปลวปิดที่หลังขององค์พระกอ่นนำไปบูชาเสมอ ขณะปิดทองให้ตั้งจิตเป็นสมาธิ อธิษฐาน ขอให้ความดีที่มีอยู่ในตัว จงดำรงอยู่ต่อไปและขอให้ยังความเป็นสิริมงคล จงบังเกิดแก่ตัวยิ่งขึ้น อีกประสบแต่ความสุขความเจริญในทางดีงาม เมื่อได้รับพระราชทานแล้ว จะมีใบพระราชทาน (ใบกำกับพระพิมพ์) ซึ่งจะระบุ ลำดับ วัน เดือน ปี ที่ได้รับ ขนาดกว้างประมาณ 12.7 ซม. ยาว 15.8 ซม. เป็นเอกสารส่วนพระองค์ เอกสารสำคัญฉบับนี้ เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังจะแจ้งให้มารับภายหลังจากวันที่ได้รับพระราชทาน องค์พระ โดยไม่มีหมายกำหนดที่แน่นอน การบูชาพระสมเด็จจิตรลดามีสองวิธี คือ หนึ่ง “อามิสบูชา” อันได้แก่การบูชาด้วยดอกไม้ธูปเทียน หรือสิ่งของต่างๆ อีกวิธีหนึ่งคือ “ปฏิบัติบูชา” ได้แก่บูชาด้วยการปฏิบัติ หมายถึงการทำดีละชั่ว หมั่นทำจิตให้สะอาดบริสุทธิ์ ไม่ให้มีความโลภ ความโกรธ ความหลงมาครอบงำ การบูชาด้วยการปฏิบัตินี้ คือการประกอบกรรมดี

ส่วนความแตกต่างของพุทธลักษณะขององค์พระสมเด็จจิตรลดา พิมพ์ใหญ่ในแต่ละปี มีความแตกต่างกันออกไป ซึ่งสามารถพอจะแยกจุดเด่นๆ ขององค์พระสมเด็จจิตรลดาพิมพ์ใหญ่ ตั้งแต่ทรงสร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ.2508 ถึง ปี พ.ศ.2513 ตามหลักเกณฑ์จากประสบการณ์ของผู้เขียนดังนี้

1. ดูตามลักษณะพิมพ์ทรง ความคม ลึก ชัด ขององค์พระในแต่ละปีไม่เท่ากัน ซึ่งเข้าใจว่าเกิดจากการที่ทรงถอดจากแม่พิมพ์หินเป็นแม่พิมพ์ยางและตกแต่ง แม่พิมพ์

2. ดูจากเนื้อสีวัสดุที่เป็นส่วนผสม ทำให้มวลสาร วัตถุมงคต่างๆ แข็งตัวรวมกันเป็นองค์พระ ซึ่งพระสมเด็จจิตรลดาพิมพ์ใหญ่จะมีสีสันขององค์พระในแต่ละปีค่อนข้างจะดูแตก ต่างกัน

3. ดูจากลักษณะด้านหลัง ด้านข้างสันขอบขององค์พระ และความหนา-บางขององค์พระ ซึ่งพระในแต่ละปีจะมีความแตกต่างกัน สังเกตได้ชัดเจนพอสมควร และลักษณะการเก็บงานความเรียบร้อยหลังจากทรงเทพิมพ์เป็นองค์พระแล้ว ดังรายละเอียดที่จะมีบรรยายไว้ใต้รูปขององค์พระสมเด็จจิตรลดาพิมพ์ใหญ่ในแต่ ละปี

สำหรับพุทธลักษณะขององค์พระสมเด็จจิตรลดาพิมพ์เล็ก นั้น ตามประวัติที่ทรงสร้างประมาณว่ามีไม่มากนัก และทรงมีการพระราชทานให้เพียง 2 ปี เท่านั้น(คือ ปี พ.ศ.2508 และ ปี พ.ศ.2509) ดูเหมือนจะหาความแตกต่างไม่ได้เลยสำหรับพระสมเด็จจิตรลดา พิมพ์เล็กในแต่ละปีสำหรับประสบการณ์ที่เกิดจากการอาราธนาอัญเชิญพระพุทธคุณ ขององค์พระสมเด็จจิตรลดาไปบูชานั้น บังเกิดความศักดิ์สิทธิ์นำมาซึ่งความเป็นสิริมงคล พบแต่ความสำเร็จ เป็นที่รักใคร่ของบุคคลทั่วไปที่ได้พบเห็นและให้ความเกื้อหนุนเสมอ มีพระพุทธานุภาพ คุ้มครอง ให้แคล้วคลาดจากผองภัยพิบัติต่างๆ หรือทุกสิ่งอย่างที่เป็นอุปสรรคก็ดูเหมือนจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดีเสมอ “ดุจพระบารมีปกเกล้าซึ่งเหมือนเป็นมงคลแห่งชีวิต”





ขอขอบพระคุณที่มาของข้อมูลจาก...คุณวัฒน์ บางแค  นิตยสารพระท่าพระจันทร์

บันทึกการเข้า
ปู สุรพันธ์
แฟนพันธุ์แท้
*

315
ออฟไลน์ ออฟไลน์


เพศ: ชาย
ย.บ. รุ่นที่: 46
เลขประจำตัว: 12632
สถานะ: ศิษย์เก่า
ตอบกระทู้: 1524
สมาชิกลำดับที่: 328

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 31 : Exp 73%
HP: 0%

ย.บ. 12632

suraphan63@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: 16 ธันวาคม 2010, 15:08:32 PM »

มีอยู่ 1 องค์ จำไม่ได้ว่าี พ.ศ.ไหน พ่อรับพระราชทานมาเหมือนกัน....ตอนนี้ตกมาถึงลูกแล้ว...จะเปลี่ยนเป็นเงินได้สักกี่ตังค์เนี่ย?

 

thxby114158กระเบนท้องน้ำ
บันทึกการเข้า

รุ่นเล้าไก่ 19 (รุ่น 46 นับตามสมาคมศิษย์เก่า ย.บ. รุ่น 42)
กระเบนท้องน้ำ
Moderator
ปรมาจารย์
*

1571
ออฟไลน์ ออฟไลน์

• เจ้าของกระทู้ •


เพศ: ชาย
ย.บ. รุ่นที่: 51
เลขประจำตัว: 16262
สถานะ: ศิษย์เก่า
ตอบกระทู้: 1482
สมาชิกลำดับที่: 2585

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 31 : Exp 28%
HP: 0.1%


อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: 17 ธันวาคม 2010, 00:50:21 AM »

ผมว่าน่าจะเก็บไว้บูชาประจำตระกูลจะดีกว่าครับ


ตอนนี้ในวงการเช่าหากันในราคาตั้งแต่ 5แสน-หลักล้านบาทแล้วครับ

พร้อมใบพระราชทาน และตามสภาพความสวยและปี พ.ศ.

บันทึกการเข้า
ปู สุรพันธ์
แฟนพันธุ์แท้
*

315
ออฟไลน์ ออฟไลน์


เพศ: ชาย
ย.บ. รุ่นที่: 46
เลขประจำตัว: 12632
สถานะ: ศิษย์เก่า
ตอบกระทู้: 1524
สมาชิกลำดับที่: 328

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 31 : Exp 73%
HP: 0%

ย.บ. 12632

suraphan63@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: 17 ธันวาคม 2010, 09:36:40 AM »

ผมว่าน่าจะเก็บไว้บูชาประจำตระกูลจะดีกว่าครับ


ตอนนี้ในวงการเช่าหากันในราคาตั้งแต่ 5แสน-หลักล้านบาทแล้วครับ

พร้อมใบพระราชทาน และตามสภาพความสวยและปี พ.ศ.

ใช่ ๆ .... เก็บไว้อยู่แล้วเพราะมีค่ามากกว่าเงิน

 

บันทึกการเข้า

รุ่นเล้าไก่ 19 (รุ่น 46 นับตามสมาคมศิษย์เก่า ย.บ. รุ่น 42)
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: