กรรมเก่า...แต่ปางก่อน
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
Share this topic on FacebookShare this topic on MySpaceShare this topic on TwitterShare this topic on GoogleShare this topic on
ผู้เขียน หัวข้อ: กรรมเก่า...แต่ปางก่อน  (อ่าน 2329 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
กระเบนท้องน้ำ
ปรมาจารย์
*****

1571
ออฟไลน์ ออฟไลน์

• เจ้าของกระทู้ •


เพศ: ชาย
ย.บ. รุ่นที่: 51
เลขประจำตัว: 16262
สถานะ: ศิษย์เก่า
ตอบกระทู้: 1482
สมาชิกลำดับที่: 2585

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 31 : Exp 28%
HP: 0.1%


อีเมล์
« เมื่อ: 28 กรกฎาคม 2010, 18:19:09 PM »


ณ.มุมหนึ่งของกรุงเทพมหานคร เมืองที่มีผู้คนมากมายและเป็นเมืองแห่งความวุ่นวายและสับสน มีครอบครัวๆหนึ่งมีเชื้อสายจีนพำนักอยู่

นายไช้มีพี่น้อง 3 คน นายไช้เป็นคนกลางและเป็นคนขยันขันแข็งในการทำงาน ปู่ของเขาหอบเสื่อผืนหมอนใบมาจากเมืองจีนทำงานรับ
จ้างจนตั้งตัวได้พ่อของนายไช้ก็ทำการค้าเก่ง สืบทอดกิจการขายส่งอยู่แถวย่านเจริญกรุง จนกิจการเจริญรุ่งเรือง และหันมาจับธุรกิจขาย
ทองคำรูปพรรณซึ่งนายไช้ก็ได้ช่วยงานพ่อและต่อมาเปิดร้านเป็นของตนเองแถวย่านเยาวราช

นายไช้เป็นคนรูปร่างเตี้ย หน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่ ผิวก็ดำคล้ำทั้งๆที่เป็นลูกจีน  ตั้งแต่เล็กมักถูกเพื่อนล้อ จนเติบโตเป็นหนุ่มก็ไม่เคยมีแฟนอย่าง
คนอื่น นายไช้จึงทำแต่งานตลอดมา

ครั้นเมื่ออายุล่วงเลยวัย 30 ไปครึ่งค่อนทางแล้วจึงรู้สึกเงียบเหงา เพื่อนๆก็มีลูกมีเมียกันหมดแล้ว พี่ชายกับน้องชายก็มีครอบครัวที่อบอุ่น
นายไช้เริ่มให้พ่อสื่อแม่สื่อที่เป็นผู้ใหญ่คุ้นเคยกันช่วยหาคู่ให้  แต่ก็ไม่เคยลงเอยกับใครได้  จนนายไช้เข็ดขยาดการดูตัวเพราะผู้หญิงเห็น
เขาแล้วก็รังเกียจ

"คนบางคนหน้าตาอัปลักษณ์กว่าเรา ทำไมเขายังมีเมียได้ ทั้งๆที่ยากจนกว่าเราอย่างเทียบกันไม่ได้" นายไช้มักจะคิดเช่นนี้เสมอ  เพราะ
แม้จะรู้ตัวว่าเป็นคนขี้ริ้วรูปไม่งาม แต่ตนก็มีเงินมีทองและเป็นคนมีน้ำใจไมตรีคนหนึ่ง แม้กิจการจะเจริญรุ่งเรืองดี นายไช้มีคนนับหน้าถือ
ตานึกอยากไปเที่ยวเมืองนอกก็ไปได้ตามประสาคนมีเงิน แต่ก็กลับไม่เคยมีความสุขใจ เพราะชีวิตมีแต่ความเงียบเหงาเปล่าเปลี่ยวหลาย
ต่อหลายปีผ่านไป

ตรุษจีนปีหนึ่ง นายไช้พาลูกน้องไปเที่ยวเมืองจีน ตนเองได้ไปไหว้พระเป็นครั้งแรกที่อธิษฐานขอคู่ ขอพรพระว่าตนไม่มีคนรู้ใจที่อยู่เป็น
เพื่อนกันไปยามบั้นปลายชีวิต เมื่อกลับมาเมืองไทยได้ไม่นาน นายไช้ได้ไปกินเลี้ยงงานแต่งงานคนรู้จักกัน  และเจอซินแสเฒ่าคนหนึ่ง
นั่งร่วมโต๊ะจีนด้วยกัน ซินแสทักขึ้นว่า "เถ้าแก่ยังไม่แต่งงานใช่มั้ย" นายไช้ไม่แปลกใจเพราะคิดว่าซินแสคนนี้อาจรู้มาจากคนอื่นๆ  แต่
กลับต้องประหลาดใจที่ซินแสผู้เฒ่าผมสีเทาท่าทางสุขุมเยือกเย็นพูดต่อไปว่า "เรื่องบางอย่างแม้ขอฟ้า  ฟ้าก็ไม่ประทานให้เพราะเป็น
กรรมเก่าแต่ชาติก่อน"

นายไช้สนใจนักจึงขอนัดคุยกับซินแส ต่อมานัดพบกันที่บ้านซินแสแถวท่าพระ ซินแสบอกว่าการที่ชาตินี้นายไช้อายุจะ 40 แล้วแต่หาคู่
ไม่ได้และไปไหนมาไหนก็ถูกคนดูหมิ่นดูแคลนในรูปลักษณ์ ทำให้มีแต่ความรู้สึกอับอายไม่เคยได้ภาคภูมิใจในตัวเอง ไม่เคยมีความสุข
ความพอใจ ทั้งหลายเหล่านี้เป็นเพราะชาติก่อนนายไช้เคยทำผิดไว้ 2 ประการ ที่เป็นบาปเป็นกรรม

กรรมแรกคือข่มเหงเมียของตน ไม่เคยให้เกียรติ ให้ความรักตามที่สามีควรให้แก่ภรรยา ชาตินี้จึงหาเมียไม่ได้
อีกกรรมหนึ่งที่ส่งผลให้เกิดมารูปไม่งามเป็นเพราะเคยกดขี่ข่มเหงบ่าวไพร่ไว้มาก ดูถูกเขา แกล้งเขาให้เหนื่อยบ้าง ให้ได้อายบ้าง ดูถูก
ดูแคลนว่าเขาเป็นคนต่ำต้อยคนละชั้นกับตัวเรา ซินแสตรวจดวงและนั่งทางในครู่เดียวจึงได้เอ่ยเล่าความทั้งหมดออกมาเช่นนั้น

ส่วนนายไช้จึงว่าชาตินี้ตั้งแต่สมัยยังช่วยกิจการของพ่อของปู่ ตนก็เป็นคนที่ไม่เคยดูถูกคนงานและคนใช้เลย แม้ทุกวันนี้บางครั้งนายไช้
ยังเคยกินข้างกล่องอย่างเดียวกับคนงานและนั่งกินด้วยกันบ่อยๆ เวลาต้องอยู่แก้งานดึกๆ ตนดูแลลูกน้องและบ่าวไพร่คนรับใช้อย่างดี
ตลอดมา ยิ่งกิจการดีก็ยิ่งแบ่งปันให้แก่ลูกน้องและคนใช้ตามเหมาะสม

ซินแสก็ว่ากรรมเก่าก็คือกรรมเก่าที่ส่งผลมา แต่สิ่งที่ดีในชาตินี้ก็เป็นกรรมดีอย่างใหม่ เป็นการสั่งสมบุญที่จะให้ผลในเวลาต่อไปข้างหน้า
ซึ่งอาจจะเป็นชาตินี้หรือชาติต่อไปก็ไม่มีใครรู้ได้

หลังจากนั้นนายไช้ก็หมั่นทำบุญมากขึ้น ใส่ใจเลี้ยงดูลูกน้องและคนรับใช้อย่างดีและสม่ำเสมอ ซึ่งก็เคยได้ทำเช่นนั้นมาก่อนอยู่แล้ว แต่
ก็ใส่ใจในรายละเอียดมากขึ้น หมั่นถามไถ่ทุกข์สุข และให้ความดูแลช่วยเหลือเผื่อแผ่ไปถึงคนในครอบครัวของบริวารด้วย อีกทั้งยังชื่น
ชมให้เกียรติ ไม่ดูถูกดูแคลนแบ่งชั้นเจ้านายกับลูกน้อง

เวลาผ่านไปจนอายุ 50 ปี นายไช้แม้ยังไม่มีคู่ แต่ก็รู้สึกมีความสุขและภาคภูมิใจในตัวเอง เมื่อมองกระจกก็ไม่น้อยใจโชคชะตาหรืออับ
อายรูปร่างหน้าตาของตนเองอีก เพราะรู้สึกว่าตนมีดี ตนเป็นคนดีที่ทำสิ่งดีๆต่อผู้อื่น ฉนั้นแม้ไม่มีคู่ก็ไม่รู้สึกว่างเปล่าอีกต่อไป เพราะก็
ยังมีคนรอบข้างที่รักใคร่เขา แต่ทว่า 3 ปีต่อมานายไช้ได้พบกับลูกค้าคนหนึ่งเป็นแม่ม่ายสาวใหญ่วัย 40 กว่าปี ได้ติดต่อธุรกิจกันและ
พบเจอกันบ่อยๆ จนเกิดเห็นใจและถูกใจกันในที่สุด


ปีต่อมานายไช้ได้แต่งงานและแถมได้ลูกติดคนหนึ่งวัย 7 ขวบและก็ได้ลูกชายของตัวเองในปีต่อมานั่นเอง.



เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์สอนใจว่า คนเราไม่ควรยอมพ่ายแพ้ต่อโชคชะตา ถึงแม้จะถูกกรรมเก่าเล่นงานอยู่เท่าไหร่ก็ตาม แต่หมั่นขยันทำบุญ
และทำความดีอย่างไม่ย่อท้อ แล้วความดีและผลบุญนั้นก็จะส่งผลให้เราเองไม่ชาตินี้ก็ชาติหน้า เพราะเมื่อเราทำบุญและทำความดีแล้ว
ย่อมได้รับความสุขและความอิ่มเอิบใจทันที




                                 ขอให้ทุกท่านเจริญในธรรม

                                   ธรรมะรักโข

thxby101072gintonix
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28 กันยายน 2011, 12:56:23 PM โดย ธรรมะรักโข » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: