การออกกำลังกายในคนอ้วน
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
Share this topic on FacebookShare this topic on MySpaceShare this topic on TwitterShare this topic on GoogleShare this topic on
ผู้เขียน หัวข้อ: การออกกำลังกายในคนอ้วน  (อ่าน 8985 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Tasmania man
Moderator
ศิษย์พี่
*

36
ออฟไลน์ ออฟไลน์

• เจ้าของกระทู้ •


เพศ: ชาย
ตอบกระทู้: 283
สมาชิกลำดับที่: 306

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 13 : Exp 61%
HP: 0%

narongphan_719@hotmail.com http://narongphan719.hi5.com
« เมื่อ: 20 กรกฎาคม 2010, 10:37:17 AM »

การออกกำลังกายในคนอ้วน (Exercise in Obesity)

วัตถุประสงค์ของการออกกำลังกายโดยทั่วไป
   เพื่อ การมีสุขภาพที่ดี (health reated fitness) และ เพิ่มสมรรถภาพทางร่างกาย (performance related)
   การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ เป็นการออกกำลังกายที่ช่วยให้หัวใจ ปอด และระบบการไหลเวียนเลือดทำงานดีขึ้น ควบคุมปริมาณไขมันในร่างกายให้มีสัดส่วนที่เหมาะสม เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (muscle strength) และช่วยให้ข้อต่อต่างๆเคลื่อนไหวได้เต็มพิกัด (joint flexibility) ผลจากการออกกำลังกายชนิดนี้จะช่วยป้องกันและลดความรุนแรงของโรคต่างๆที่อาจเกิดขึ้นจากการเสื่อมสภาพทางร่างกาย เช่น หลอดเลือดหัวใจตีบ ความดันโลหิตสูง โรคอ้วน และอาการขัดยอกตามข้อต่อและกล้ามเนื้อ นับว่าเป็นการออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับคนทุกเพศทุกวัย  ทุกอาชีพและเศรษฐานะ
   ส่วนการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มสมรรถภาพทางร่างกายนั้น จะเป็นการฝึกฝนร่างกายเฉพาะอย่างเพื่อทำให้กล้ามเนื้อเกิดความแข็งแรงทนทาน (endurance) และมีกำลัง (power) หรือเพื่อให้เกิดความแคล่วคล่องว่องไว (agility) และมีความเร็ว (speed) เป็นการออกกำลังกายที่เหมาะสำหรับนักกีฬาทึ่ต้องลงแข่งขันหรือเพื่อการฝึกทหารมากกว่าที่จะใช้ในกลุ่มประชาชนทั่วไป

ประเภทของการออกกำลังกาย
   การออกกำลังกายจำแนกตามลักษณะได้เป็น 4 ประเภทใหญ่ๆด้วยกันคือ การออกกำลังกายชนิดแอโรบิก  กายบริหาร  การฝึกโยคะหรือรำมวยจีน และการออกำลังกายชนิดแอนแอโรบิก
1.   การอออกกำลังกายชนิดแอโรบิก (arobic exercise) เป็นการออกกำลังกายที่ทำให้ร่างกายมีการเคลื่อนไหวอย่างเป็นจังหวะและต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานๆ ส่วนใหญ่เป็นการทำงานของกล้ามเนื้อมัดใหญ่เช่น กล้ามเนื้อขา ได้แก่ การเดินเร็ว  วิ่งเหยาะๆ ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน หรือเต้นรำ เป็นต้น พลังงานที่ใช้ได้จากการสันดาปสารอาหารโดยใช้ออกซิเจนโดยมีไขมันในร่างกายเป็นแหล่งพลังงานใหญ่ ผลของการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้แก่หัวใจ ปอด และระบบไหลเวียนเลือดในร่างกาย
2.   กายบริหาร (callisthenic exercise) เป็นการออกกำลังกายเพื่อเพื่มความแข็งแรงทนทานของกล้ามเนื้อพร้อมกับเป็นการยืดเอ็นและกล้ามเนื้อทำให้ข้อต่อคล่องตัว ได้แก่ การแกว่งแขน ก้มหลังใช้มือแตะพื้น บิดเอว วิดพื้น หรือบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องโดยการทำ sit-ups หรือ chin-ups  ถ้าได้ทำการบริหารอย่างถูกต้องจะไม่ค่อยเกิดแรงกระแทกกระทั้นหรือเกิดความเครียดต่อข้อต่อมากนัก จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่เคยชินกับการออกกำลังกายมาก่อนหรือผู้ที่มีปัญหาทางกระดูกและข้ออยู่เดิม  แต่เนื่องจากเป็นการออกกำลังกายที่ใช้พลังงานน้อยจึงไม่ช่วยในการลดน้ำหนักหรือไขมันส่วนเกินเท่าใดนัก เว้นแต่ว่าจะทำกายบริหารร่วมกับการออกกำลังกายชนิดแอโรบิกเท่านั้น แต่หลายคนยังเข้าใจผิดว่า การยืนบิดเอวไปมาจะช่วยลดไขมันบริเวณเอวได้  หรือการทำ sit-ups จะสามารถลดไขมันหน้าท้องได้ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง
3.   การฝึกโยคะหรือรำมวยจีน (relaxation exercise) เป็นการฝึกเพื่อควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายร่วมกับฝึกลมหายใจ เป็นการผ่อนคลายทั้งทางร่างกายและจิตใจ ถ้าได้กระทำอย่างสม่ำเสมอจะช่วยเพิ่มความตึงตัวของกล้ามเนื้อ (muscular tone) ช่วยยืดกล้ามเนื้อและข้อต่อทำให้เคลื่อนไหวได้อย่างเต็มพิกัด (flexibility of muscles and joints) การออกกำลังกายชนิดนี้จะใช้พลังงานน้อย  ปลอดภัย และปราศจากการกระทบกระแทก เหมาะสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่ไม่เคยออกกำลังกายมาก่อน แต่ไม่ค่อยมีผลต่อการทำงานของหัวใจ ปอดและการไหลเวียนเลือดในร่างกาย
4.   การออกกำลังกายชนิดแอนแอโรบิก (high resistant anaerobic exercise) เป็นการออกกำลังกายทื่ต้องออกแรงมากๆในระยะเวลาสั้นๆเพื่อเพิ่มกำลังและความทนทานของกล้ามเนื้อ ตัวอย่างเช่น การกระโดดสูง ทุ่มน้ำหนัก ยกน้ำหนัก หรือวิ่งแข่งระยะสั้น การออกกำลังกายชนิดนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีสุขภาพดีหรือนักกีฬา ไม่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีปัญหาทางสุขภาพเพราะอาจเป็นอันตรายต่อการทำงานของหัวใจและระบบการไหลเวียนเลือด และก่อให้เกิดการสันดาปสารพลังงานโดยไม่ใช้ออกซิเจน โดยเหล่งพลังงานที่สำคัญคือ ATP กลุโคสในกระแสเลือด และไกลโคเจนในกล้ามเนื้อ

การออกกำลังกายกับการลดน้ำหนักในคนอ้วน
   ในกลุ่มประชากรทั่วไปผู้ที่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอหรือนักกีฬาที่ได้รับกาฝึกร่างกายอยู่เป็นประจำมักจะมีรูปร่างดี มีสัดส่วนของไขมันในร่างกายน้อยกว่าผู้ที่ขาดการออกกำลังกาย แต่เมื่อใดที่ขาดการออกกำลังกายหรือหยุดฝึกก็จะมีการสะสมของไขมันเพิ่มขึ้นได้เช่นกัน จึงอาจสรุปได้ว่าการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเท่านั้นที่จะช่วยควบคุมไขมันในร่างกายให้อยู่ในสัดส่วนที่พอเหมาะได้
   แต่ในคนอ้วนผลที่ได้รับจากการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออาจไม่เป็นไปตามทฤษฎีดังที่พบในคนปกติ กล่าวคือ การออกกำลังกายในคนอ้วนเกือบจะไม่มีผลในการลดน้ำหนักหรือลดสัดส่วนของไขมันลง ทั้งนี้เป็นเพราะโปรแกรมการออกกำลังกายในคนอ้วนซึ่งส่วนใหญ่เป็นชนิดแอโรคบิก จะสิ้นเปลืองพลังงานในการออกกำลังกายแต่ละครั้งเพียง 200-400 กิโลแคลอรีเท่านั้น เช่น ขี่จักรยานอยู่กับที่วันละ 30 นาที่จะเผาผลาญพลังงานได้เพียง 250 กิโลแคลอรีเท่านั้น  การขี่จักรยานสัปดาห์ละ 3-4 ครั้งจะลดน้ำหนักได้เพียง 1 ขีดต่อสัปดาห์เท่านั้น(Garrow JS, 1995) (ดูตารางประกอบ)  ซึ่งเมื่อเทียบตัวเลขนี้กับพลังงานจากอาหารในแต่ละวันแล้วก็นับว่าน้อยมาก ยกตัวอย่างเช่น หากต้องการลดน้ำหนักผู้ป่วยรายหนึ่งโดยการควบคุมอาหารจาก 2500 กิโลแคลอรีต่อวันให้เหลือ 1000 กิโลแคลอรีต่อวันจะต้องจำกัดปริมาณอาหารลง 1500 กิโลแคลอรีต่อวัน แต่ถ้าต้องการลดน้ำหนักในผู้ป่วยรายนี้โดยการออกกำลังกายแต่เพียงอย่างเดียวจะต้องจัดโปรแกรมการออกกำลังกายที่หนักมากราวกับการฝึกฝนนักกีฬาเพื่อเข้าแข่งขัน เช่นให้ขี่จักรยานอยู่กับที่ติดต่อกันเป็นเวลา 3 ชั่วโมง จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะนำการออกำลังกายมาลดน้ำหนักคนอ้วนซึ่งมีข้อจำกัดทางร่างกายอยู่หลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายที่อ้วนมากๆ อาจทำได้เพียงกายบริหารซึ่งเผาผลาญพลังงานน้อยมาก ยิ่งไปกว่านั้นผู้ป่วยอ้วนบางรายโดยเฉพาะที่เป็นสุภาพสตรีมักจะรู้สึกเจริญอาหารเพิ่มขึ้นภายหลังการออกกำลังกาย เป็นเหตุให้น้ำหนักไม่ลดลงเท่าที่ควร

กิจกรรม   แคลอรี่ต่อนาที   กิจกรรม   แคลอรี่ต่อนาที
นอนหลับ   0.9   เดินลงบันได   5.2
นอนหงาย   1.0   เดินขึ้นบันได (27 ฟุต/นาที)   9.0
นั่งสบาย ๆ   1.2 – 1.6   เดินขึ้นบันได (57 ฟุต/นาที)   16.2
ยืนสบาย ๆ   1.4 – 2.0   ขับรถ   2.8
รับประทานอาหาร   1.4   โบว์ลิ่ง   4.4
คุย   1.4   เล่นกอล์ฟ   5.0
แต่งตัว   2.3 – 3.3   ว่ายน้ำ (20 หลา/นาที)   5.0
เดินตามสบาย   2.3   วิ่ง   11.0
ล้างมือล้างหน้า   2.5   เล่นเทนนิส   7.1
เดินเร็ว   3.1   พายเรือ   10.1
ถีบจักรยาน (อยู่กับที่)   8.3   ถีบจักรยาน (40 กม./นาที)   11.0

   อย่างไรก็ตาม การออกกำลังกายในคนอ้วนก็ยังเป็นสิ่งสำคัญและมีประโยชน์โดยเฉพาะเมื่อใช้ควบคู่ไปกับการจำกัดอาหาร แต่ประสิทธิภาพของการออกกำลังกายในการช่วยลดน้ำหนักจะขึ้นอยู่กับลักษณะและรูปร่างของผู้ป่วยเองด้วย ตัวอย่างเช่น ในผู้ป่วยชายและผู้ป่วยหญิงที่อ้วนพอๆกัน โปรแกมการออกกำลังกายจะได้ผลในการลดน้ำหนักและไขมันของผู้ป่วยชายมากกว่า  และถ้าเป็นผู้หญิงที่อ้วนด้วยกันเองแล้วจะพบว่า โปรแกรมการออกกำลังกายจะได้ผลในพวกมีไขมันพอกบริเวณหน้าท้องดีกว่าพวกที่มีไขมันพอกบริเวณสะโพกและต้นขา (Despres P , 1991) ซึ่งก็ยังหาคำอธิบายได้ไม่ชัดว่าเป็นเพราะเหตุใด อาจเป็นไปได้ว่าผู้ชายจะมีความถนัดในการออกกำลังกายมากกว่า หรือเป็นที่ความแตกต่างในการตอบสนองของร่างกายต่อการออกกำลังกาย เช่น มีความสามารถในการสร้างพลังงานความร้อน (thermogenic response) ภายหลังการออกกำลังกายไม่เท่ากันทำให้ให้พลังงานไปได้ไม่เท่ากัน หรือจะเป็นที่อุปนิสัยในการบริโคภต่างกันเช่นเดียวกันที่พบในสัตว์ทดลอง ซึ่งพบว่าเมื่อจับให้หนูออกกำลังกาย หนูตัวเมียจะกินอาหารระหว่างการออกกำลังกายบ่อยครั้งกว่าหนูตัวผู้ ทั้งนี้เป็นเพราะในเพศเมียจะมีกลไกควบคุมการกินอาหรที่ต่างไปจากเพศผู้เพิ่อปกป้องไม่ให้สัดส่วนของไขมันในร่างกายลดลงมากเกินไป ซึ่งความจริงจะเป็นอย่างไรนั้นคงต้องทำการวิจัยหาหลักฐานสนับสนุนกันต่อ อย่างไรก็ตามรูปร่างลักษณะของผู้ป่วยก็อาจมีส่วนในการตัดสินใจว่าโปรแกรมการออกกำลังกายควรจะเน้นหนักมากน้อยกับผู้ป่วยรายใด เพื่อให้การรักษาสัมฤทธิผล โดยไม่ทำให้ผู้ป่วยเกิดความท้อแท้และเบื่อหน่ายเสียก่อนที่การรักษาจะสิ้นสุด

ประโยชน์ของการออกกำลังกายในคนอ้วน
   ดังที่กล่าวมากแล้วข้างต้นว่าโปรแกรมการออกกำลังกายจะมีประโยชน์น้อยในแง่ของการลดน้ำหนักในคนอ้วน แต่ดังที่ทราบกันโดยทั่วไปแล้วว่า ค้นอ้วนจะมีอุบัติการณ์องโรคบางชนิดสูงกว่าประชากรปกติ ตัวอย่างเช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และภาวะไขมันในเลือดสูง ซึ่งโรคเหล่านี้จะสัมพันธ์กับการเกิดโรหัวใจและหลอดเลือด มีหลักฐานยืนยันแน่ชัดแล้วว่าความผิดปกติต่างๆเหล่านั้จะดีขึ้นได้หากคนอ้วนมีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ถึงแม้ว่าการออกกำลังกายจะไม่ทำให้น้ำหนักตัวลดลงแต่จะช่วยควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้เพิ่มขึ้น (Miller WC , 1997) ทำให้สัดส่วนของไขมันลดลงโดยเฉพาะไขมันที่หน้าท้อง และถ้าได้ออกำลังกายควบคู่ไปกับการควบคุมอาหารด้วยแล้ว ก็จะช่วยป้องกันหรือลดความรุนแรงของโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และภาวะดับไขมันในเลือดสูง ทำให้ ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจลดลง (Blair SN , 1996) นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและคลายเครียดได้

ผลของการออกกำลังกายต่อภาวะความดันโลหิตสูง   
   ความดันโลหิตสูงในคนอ้วนนั้นเกิดจากการที่ร่างกายมีปริมาณการสูบฉีดเลือดของหัวใจใน 1 นาที (cardiac output) เพิ่มขึ้น ร่วมกับมีแรงต้านของหลอดเลือดส่วนปลาย (total peripheral resistance) เพิ่มขึ้น การออกกำลังกายชนิดแอโรบิกอย่างสม่ำเสมอจะทำให้ความดันโลหิตในคนอ้วนลดลงได้ โดยเฉพาะรายที่เป็นความดันโลหิตสูงในระยะเริ่มแรก (borderline hypertension)  โดยอธิบายว่าน่าจะเป็นผลจากการที่ร่างกายสามารถขับโซเดียมออกทางไตได้ดีขึ้นจากการที่ตรวจพบว่าระดับ renin, angiotensin และ insulin ในเลือดลดต่ำลง ซึ่งฮอร์โมนเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีผลต่อการดูดกลับของโซเดียมทางไตทั้งสิ้น นอกจากนี้ยังเชื่อว่าการออกกำลังกายมีผลลดการทำงานของระบบซิมพาเทติก และเพิ่มการทำงานของระบบพาราซิมพาเทติก ทำให้ความดันเลือดลดลง โดยพบว่าคนที่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสนอนั้นจะมีระดับ chathecolamine ในเลือดลดลง และเนื้อเยื่อมีการตอบสนองต่อสารตัวนี้ลดลงด้วย ซึ่งจะมีผลทำให้ทั้งชีพจรและแรงต้านของหลอดเลือดส่วนปลายลดลง

ผลของการออกกำลังกายต่อโรคเบาหวานในคนอ้วน
   โรคเบาหวานที่พบในคนอ้วนนั้นส่วนใหญ่จะเป็นชนิดที่เกิดจากการดื้อ insulin (non insulin dependent diabetes) เนื้อเยื่อในร่างกายโดยเฉพาะกล้ามเนื้อจะไม่สามารถดึงกลูโคสจากเลือดไปใช้แม้ว่าจะมีระดับ insulin ในเลือดสูงกว่าปกติ ในการออกกำลังกายแต่ละครั้งไม่ว่าจะเป็นชนิดแอโรบิกหรือแนแอโรบิกจะพบว่า insulin receptor ที่เนื้อเยื่อจะตอบสนองต่อ insulin ได้ดีขึ้น ทำให้สามารถดึงกลูโคสจากเลือดไปใช้ได้มากขึ้น แต่ผลดังกล่าวจะเกิดอยู่เพียงชั่วขณะเท่านั้นไม่มีการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว ดังนั้นคนอ้วนที่เป็นโรคเบาหวานร่วมด้วยจำเป็นต้องออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจึงจะควบคุมเบาหวานได้ดี ผลของการออกกำลังกายต่อการเพิ่ม insulin sensitivity นี้จะเห็นชัดเฉพาะในคนอ้วนเท่านั้น จึงสามารถป้องกันโรคเบาหวานในคนอ้วนได้ (Tremblay A , 1991) แต่ในคนที่มีน้ำหนักตัวปกติจะเห็นผลไม่ชัดเจน

ผลของการออกำลังกายต่อระดับไขมันในเลือด
   ผู้ทีออกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ (ไม่ว่าจะอ้วนหรือไม่ก็ตาม) จะทำให้ระดับ triglyceride ในเลือดต่ำลง และมีอัตราส่วนของ HDL ต่อ total cholesterol สูงขึ้น  แต่ก็ยากที่จะยืนยันได้ว่าผลดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องมาจากน้ำหนักที่ลดลงและจากพฤติกรรมการกินที่เปลี่ยนไปด้วย
   ดังนั้นจึงถือว่าโปรแรมการออกกำลังกายในคนอ้วนมีความสำคัญเทียบเท่ากับโปรแกรมการลดน้ำหนักโดยการจำกัดอาหาร โดยจะเห็นผลนี้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้นในผู้ป่วยซึ่งมีแนวโน้มที่จะลดน้ำหนักได้เมื่อเข้าสู่โปรแกรมการออกกำลังกาย

ปัญหาและอุปสรรคของการออกกำลังกายในคนอ้วน
1. ปัญหาทางด้านแรงจูงใจและความร่วมมือของผู้ป่วย
   เป็นปัญหาใหญ่และเป็นเหตุให้เกิดความล้มเหลวในด้านการรักษาสูง ในความคิดของคนทั่วไปเมื่อพูดถึงการออกกำลังกายจะถือว่าเป็นของยุ่งยาก กระทำได้ยาก ไม่มีเวลาพอ หรือออกกำลังกายแล้วเหนื่อย แม้จะรู้ถึงประโยชน์ของการออกกำลังกายหรือมีประสบการณ์มาแล้วด้วยตนเอง โดยพบว่าตนเองมีสุภาพดีขึ้นภายหลังจากที่ได้ออยกกำลังกายสม่ำเสมอ แต่ในที่สุดก็มักจะเลิกราตามระยะเวลาที่ผ่านไป ปัญหาในเรื่องแรงจูงใจ เวลา และ ความสม่ำเสมอในการออกกำลังกายนั้นถือเป็นอุปสรรคที่สำคัญที่สุดในการรักษาโรคอ้วน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยเป้าหมายอันได้แก่ผู้ป่วยอ้วนวัยกลางคนที่มักจะติดภารกิจการงานต่างๆมากมายกระทั่วไม่สามารถแบ่งเวลามาได้ ทั้งนี้เนื่องจากโปรแกรมการออกกลังกายภายหลบังการออกกำลังกายที่จะมีผลในการควบคุมน้ำหนักนั้นต้องใช้เวลาครั้งละ 1 ชั่วโมงเป็นจำนวน 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ซึ่งเมื่อรวมกับเวลาที่ต้องเสียงไปในการเดินทาง การเปลี่ยนเสื้อผ้า การชะล้างร่างกายหลังออกกำลังกายและอื่นๆอีกประมาณ 1 ชั่วโมง ก็นับเป็นการสิ้นเปลืองเวลาพอสมควร เป็นเหตุให้ผู้ป่วยไม่สามารถเช้าร่วมโปรแกรมได้อย่างสม่ำเสมอ ในกรณีเช่นนี้อาจจะต้องปรับเปลี่ยนให้เป็นโปรแกรมการออกกำลังกายง่ายๆที่ผู้ป่วยสามารถนำไปปฏิบัติเองได้ในที่ทำงานหรือที่บ้านโดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางก็น่าจะเหมาะสมกว่า แม้ประสิทธิภาพจะลดน้อยถอยลงบ้างก็ตาม

2. ปัญหาทางสุขภาพ
   ควรประเมินสุขภาพก่อนเริ่มโปรแกรมการออกกำลังกายเพื่อความปลอดภัยระหว่างออกกำลังกาย โดยการซักประวัติและตรวจร่างกายโดยละเอียด ทำการตรวจสอบทางห้องปฏิบัติการที่จำเป็น เช่น ตรวจหาระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด ตรวจคลื่นหัวใจ ถ่ายภาพรังสีปอด และวัดสมรรถภาพปอด เนื่องจากคนอ้วนมักจะเสี่ยงต่อการมีโรคหรือภาวะที่เป็นข้อห้ามในการออกกำลังกายอยู่หลายอย่าง เช่น โรคเกี่ยวกับระบบหัวใจและหลอดเลือด ความดันโลหิตสูงหรือเบาหวานที่ยังไม่ได้รับการรักษา รวมถึงยาบางชนิดที่ผู้ป่วยใช้อยู่เป็นประจำก็มีความสำคัญและอาจต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมก่อนเริ่มเข้าโปรแกรม เช่นผู้ป่วยเบาหวานทีใช้ insulin อยู่ อาจต้องได้รับการปรับขนาดและวิธีการใช้ใหม่เพื่อไม่เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำขณออกกำลังกาย หรือผู้ป่วยความดันโลหิตสูงทีได้รับการรักษาด้วย beta blockers อยู่ อาจต้องปรับเปลี่ยนโปรแกรมให้เหมาะสมเนื่องจากอัตราการเต้นของหัวใจของผู้ป่วยไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้ตามเป้าหมาย นอกจากนี้อาจต้องประเมินสมรรถภาพทางหัวใจและหลอดเลือด สมรรถภาพปอด และความพร้อมทางร่างกายว่าจะออกกำลังกายได้มากน้อยเพียงใดโดยการทำ exercise test ก่อนจัดโปรแกรมให้เหมาะสมกับผู้ป่วยเป็นรายๆไป
   ปัญหาทางด้านกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อน่าจะเป็นปัญหาใหญ่ที่อาจทำให้ผู้ป่วยได้รับบาดเจ็บการการออกกำลังกายง่ายจากการที่มีน้ำหนักตัวมาก แต่ถ้าผู้ป่วยได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องในระหว่างออกกำลังกาย มีการอบอุ่นร่างกายที่เหมาะสม มีการผ่อนคลายก่อนหยุดออกกำลังกาย เลือกประเภทการออกกำลังกายได้เหมาะสม มีการใช้อุปกรณ์ช่วย หรือสวมรองเท้าที่เหมาะสม ก็จะช่วยลดอุบัติการณ์ของการบาดเจ็บลงได้ แต่เหตุการณ์มักจะเป็นไปในทางตรงกันข้ามมากกว่า กล่าวคือคนอ้วนมักจะมีอุปนิสัยที่เฉื่อยชาอยู่แล้ว ไม่ค่อยเคลื่อนไหวไปไหนมาไหนแม้กระทั่งจะขยับตัวเพื่อประกอบกิจวัตรประจำวันก็ตาม และยิ่งในรายที่อ้วนมากๆด้วยแล้วอาจถึงกับกินและนอนอยู่กับที่ทั้งวัน

ประเภทของการออกกำลังกายที่เหมาะสมในคนอ้วน
   เนื่องจากข้อจำกัดทางกายวิภาคและสรีรวิทยาของคนอ้วน จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะแนะนำให้คนอ้วนออกกำลังกายชนิดเดียวกันกับที่คนทั่วไปนิยมไม่ว่าจะเป็น  วิ่งเหยาะๆ เต้นแอโรบิก ปั่นจักรยาน หรือเล่นเกมส์ที่ใช้ลูกบอล และยังก่อให้เกิดการบาดเจ็บเพิ่มขึ้นอีก  โปรแกรมที่ใช้ในผู้ป่วยอ้วนมักเป็นการออกกำลังกายในลักษณะที่เพิ่มความหนักขึ้นช้าๆ (progressive intensity exercise programs) เพื่อให้ร่างกายมีเวลเพียงพอในการปรับตัวก่อนที่จะเข้าสู่โปรแกรมการออกกำลังกายตามปกติ ซึ่งอาจต้องใช้เวลานาน 1-2 เดือนหรือจะมากกว่านั้นก็ได้ ไม่ควรใช้โปรแกรมแบบหักโหมขณะที่สภาพร่างกายยังไม่เคยชิน ซึ่งนอกจากจะเป็นอันตรายต่อสุภาพแล้วยังอาจทำให้ผู้ป่วยเกิดความท้อแท้และหมดกำลังใจเลิกราไปเสียก่อนเมื่อปฏิบัติไม่ได้ตามที่กำหนด ในรายที่อ้วนมากๆอาจเริ่มต้นด้วยกายบริหารว่ายๆที่ทำได้ทั้งในท่านั่งหรือท่านอนหรือยืนอยู่กับที่ เช่น การยกแขน ยกขา แกว่งแขน บิดตัวไปมาหรือบริหารร่างกายเพื่อยืดกล้ามเนื้อ (stretching exercise) กระทั่งผู่ป่วยเกิดความเคยชิน จากนั้นจึงค่อยเพิ่มความหนัก (intensity) และเวลา (duration) ขึ้นที่ละน้อยกระทั่งเข้าสู่โปรแกรมตามปกติ จะใช้การออกกำลังกายประเภทใดก็ให้พิจารณาตามสมรรถภาพทางกาย ความพร้อม ความชอบ และความสะดวกของผู้ป่วย เช่น ให้เดินเร็วๆบนสายพานหมุน ปั่นจักรยานอยู่กับที่ หรือเล่นเกมส์ที่ต้องใช้ผู้เล่นเป็นทีมเพื่อให้เกิดปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นและเข้าสังคมได้ดีขึ้น หรือถ้าหากสถานที่อำนวย การออกกำลังกายในน้ำ เช่น เดินในน้ำ วิ่งในน้ำ หรือว่ายน้ำก็นับว่าเป็นการออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับคนอ้วน เพราะน้ำจะช่วยพยุตัวผู้ป่วยไว้ ลดแรงกระแทกที่ข้อต่อ ป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยได้รับบาดเจ็บ  อย่างไรก็ตามปัญหาของการออกกำลังกายในน้ำในคนอ้วนมัจะไม่ได้อยู่ที่ว่ายน้ำเป็นหรือไม่ แต่อยู่ทีผู้ป่วยมักจะอาจไม่กล้าสวมชุดว่ายน้ำมากกว่า  แต่สำหรับรายที่ว่ายน้ำเป็นก็อาจมีข้อจำกัดอยู่บ้างคือจะไม่สามารถใช้สมรรภาพทางกายอย่างเต็มที่ในการออกกำลังกาย เนื่องจากไขมันที่พอกอยู่ตามส่วนต่างๆของร่างกายจะทำหน้ที่เสมือนทุ่นที่พยุงให้คนอ้วนลอยน้ำ คล้ายกับได้สวมชูชีพว่ายน้ำอยู่ตลอดเวลา ในคนอ้วนที่เป็นโรคหัวใจหรือความดันโลหิตสูงต้องหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่ต้องใช้แรงเบ่ง เช่น การยกน้ำหนัก (weight lifting) หรือหวดแรงๆ เช่น การตีเทนนิส เพราะจะทำให้โรคเลวลงและอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้  แต่ในรายที่ไม่มีข้อห้ามอาจให้ยกน้ำหนักได้เบาๆ เพื่อช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อร่วมกับการออกกำลังกายชนิดแอโรบิกดังที่กล่าวมาแล้ว

ข้อควรพิจารณา
1.   คนอ้วนมักจะอาย ขาดความมั่นใจในการออกกำลังกาย และมีแนวโน้มที่จะแยกตัวจากสังคมอยู่แล้ว โปรแกรมการออกกำลังกายควรกระทำไปในทิศทางตรงกันข้ามคือจะต้องกระตุ้นและสร้างแรงจูงใจให้ผู้ป่วยมีการอยู่ร่วมกับหมู่คณะมากขึ้น พยายามอย่าให้ผู้ป่วยแยกตัวออกจากกลุ่ม จัดโปรแกรมที่เหมาะสมและเป็นไปได้ให้กับผู้ป่วย เพื่อสร้างความมั่นใจและทำให้กล้าแสดงออกมากขึ้น
2.   ควรจัดให้มีชุดการออกกำลังกายที่เหมาะสม เน้นการักษาสุขลักษณะส่วนตัว รักษาความสะอาดของร่างกายภายหลังออกกำลังกาย จัดรองเท้าให้เหมาะสมซึ่งอาจจะต้องเปลี่ยนบ่อยกว่าปกติเพราะจะสึกเร็ว เพื่อป้องกันการบาดเจ็บที่อาจเกิดจากการสวมรองเท้าที่ไม่เหมาะสม
3.   คนอ้วนจะมีปัญหาในเรื่องการระบายความร้อนออกจากร่างกายและขาดน้ำได้ง่าย จึงควรแนะนำให้ดื่มน้ำให้เพียงพอทั้งก่อน ระหว่าง และภายหลังการออกกำลังกาย
4.   การปรับเปลี่ยนโปรแกรมการออกกำลังกายจะต้องทำแบบค่อยเป็นค่อยไปไม่ว่าจะเป็นความหนักหรือระยะเวลาในการออกกำลังกาย เพื่อไม่ให้เกิดการบาดเจ็บต่อกล้ามเนื้อ เช่น บริเวณต้นขา หน้าท้อง หรือ ท้องแขน ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการออกกำลังกายได้ เช่น ผิวหนังส่วนเกินอาจแกว่งไปมาขณะวิ่ง กรณีเช่นนี้อาจต้องพันไว้ด้วยผ้ายืดเพื่อให้แนบไว้กับตัว หรือถ้าผิวหนังหย่อนยานมากอาจต้องใช้ศัลกรรมตัดผิวหนังส่วนเกินออก

สรุป
   การออกกำลังกายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการรักษาโรคอ้วนที่ควรใช้ควบคู่ไปกับการจำกัดอาหาร ถึงแม้ว่าจะไม่หวังผลในแง่การลดน้ำหนักหรือไขมันส่วนเกินมากนัก แต่มีประโยชน์ต่อการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด สามารถลดความรุนแรงของโรคต่างๆที่พบได้บ่อยในคนอ้วน มีผลดีทางจิตใจและส่งเสริมการอยู่ร่วมกันในสังคม โปรแกรมการออกกำลังกายควรจัดให้เหมาะสมกับผู้ป่วยเป็นรายๆไป โดยต้องคำนึงถึงความปลอดภัย ความพร้อม ความชอบ และความสะดวกของผู้ป่วยเป็นสำคัญ พร้อมให้คำแนะนำเฝ้าระวังและติดตามการรักษาอย่างเหมาะสม เพื่อให้ผู้ป่วยเกิดความมั่นใจและสามารถดำเนินโปรแกรมด้วยตนเองได้อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ

 
บรรณานุกรม
1.   รัตนวดี  ณ นคร. โรคทั่วไปที่เป็นปัญหาในการออกกำลังกาย. ใน: วิรุฬห์ เหล่าภัทรเกษม, บก. กีฬาเวชศาสตร์. กรุงเทพฯ : พี.บี. บุคส์ เซนเตอร์, 2537 : 177 –98
2.   รัตนวดี  ณ นคร. อาหาร น้ำ และเกลือแร่สำหรับนักกีฬา. ใน: วิรุฬห์ เหล่าภัทรเกษม, บก. กีฬาเวชศาสตร์. กรุงเทพฯ : พี.บี. บุคส์ เซนเตอร์, 2537 : 139-60
3.   Bijorntrop P. Physical exercise in the treatment of obesity. In: Bjorntorp P and Brodoff BN, eds. Obesity. Philadephia: J.B. Lippincott Company, 1992: 708-11
4.   Blair SN, Kampert JB, Kohl HW 3 rd, et al. Influences of cardio-respiratory fitness and other precursors on cardiovascular disease and all cause mortality in men and women. JAMA 1996;276:205-10
5.   Despres P, Pouliot MC, Moorjani S, et al. Loss of abdominal fat and metabolic response to exercise training obese women. Am J Physiol 1991;261:E159-E167
6.   Garrow JS, Summerbell CD. Meta-analysis: Effect of exercise, with or without dieting, on the body composition of overweight subjects. Eur J Clin Nutr 1995;49:1-10
7.   Miller WC, Koceja DM, Hamilton EJ. A meta-analysis of the past 25 years of weight loss research using diet Int J Obes Relat Metab Disord 1997;21:941-7
8.   Parizkova J and Hainer V. Exercise in growing and adult obese individuals. In Torg JS, Welsh RP, and Shephard RJ, eds. Current therapy in sport medicine-2. B.C. Philadelphia: Decker Inc., 1990: 22-26
9.   Segal KR and Pi-Sunyer FX. Exercise and obesity. Med Clin North Am 1989; 73:217-36
10.   Tremblay A, Despres J, Maheux J, et al. Normalization of the metabolic profile in obese women by exercise and a low fat diet. Med Sci Sport Exerc 1991;23:1326-31

อ้างอิง จาก อ.มนต์ชัย โชติดาว

thxby99775Ting_60, กระเบนท้องน้ำ, Coledy~The Changpaul
บันทึกการเข้า
Ting_60
<<เทพบันเทิง>>
Global Moderator
แฟนพันธุ์แท้
*

2013
ออฟไลน์ ออฟไลน์


เพศ: ชาย
ย.บ. รุ่นที่: 60 แต่ถ้านับตามสมาคม 56
เลขประจำตัว: 23018
สถานะ: ศิษย์เก่า
ตอบกระทู้: 3391
สมาชิกลำดับที่: 22

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 47 : Exp 39%
HP: 0.1%

@จะเอาอะไรกับผู้ชายลัลล้า@

hellobeer@yahoo.com hellobeer@yahoo.com
อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: 20 กรกฎาคม 2010, 11:16:39 AM »

หายไปนานเลยนะน้อง.................. 

thxby99782กระเบนท้องน้ำ
บันทึกการเข้า

วชิรจักร 02
กิจกรรม
แฟนพันธุ์แท้
*

1852
ออฟไลน์ ออฟไลน์


เพศ: ชาย
ย.บ. รุ่นที่: 49 (สมาคม 45)
เลขประจำตัว: 15399
สถานะ: ศิษย์เก่า
ตอบกระทู้: 2078
สมาชิกลำดับที่: 95

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 37 : Exp 7%
HP: 0%

เรียกสั้นๆ ง่ายๆ ว่า นาย "โล้น" คร้าบ

pob_p@hotmail.com 1725456343 http://yothin313.hi5.com
อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: 20 กรกฎาคม 2010, 20:22:34 PM »

กลับมาทีก็มีสาระดีๆ มาฝากคนหุ่นดีอย่างพี่เลยนะป๋อม จะพยายามทำตามให้ได้จ้า

บันทึกการเข้า

สุภาพบุรุษเกียกกาย ย.บ. 15399

รุ่น 2427 (เน้นว่า 2427 ครับ เนื่องจากจบ ม.3 ปีการศึกษา 2524 และ ม.6 ปีการศึกษา 2527 จึงเป็น 2427 ด้วยประการฉะนี้)


2522     1/10
2523     2/10
2524     3/9
2525     4/6
2526     5/6
2527     6/7


    
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: