วัดสระแก้วปทุมทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก

วัดสระแก้วปทุมทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก

(1/1)

กระเบนท้องน้ำ:


วัดสระแก้วปทุมทอง ตั้งอยู่ที่ 79/1 ถนนศรีธรรมไตรปิฎก ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก บริเวณวัดเป็นที่ราบลุ่ม มีน้ำท่วมในฤดูฝน



วัดสระแก้วปทุมทอง เป็นวัดเก่าแก่ตัววัดอยู่กลางสระน้ำโบราณชื่อสระแก้ว ซึ่งมีหลักฐานจากเอกสาร พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เอกสารเหล่านี้ โดยสรุปสภาพของวัดสระแก้วคือ "เดิมมีสภาพเป็นสระใหญ่ มีคลองขุดผ่านมาหลายสาย มีบัวหลวงปลูกเต็มไปหมด จนไม่สามารถมองเห็นน้ำได้ กลางสระมีเกาะสองเกาะ เกาะหนึ่งมีวิหารอยู่หลังหนึ่ง อีกเกาะหนึ่งมีวัด ทั้งสองเกาะมีสะพานทอดเข้าหากัน"

ในปี พ.ศ. 2472 พระอาจารย์โส โสภโณ นายลก สร้อยเพชร และนายไสว สร้อยเพชร ร่วมกันสร้างและบูรณะวัดสระแก้ว ซึ่งมีเรื่องที่ชาวบ้านเล่าประกอบว่า มีหลวงพ่อโส เดินทางธุดงค์มาจาก จังหวัดเลย แวะปักกรดบริเวณสระแก้วและนิมิตว่าบริเวณนี้เป็นวัดเก่า จึงได้เดินสำรวจ และพบเนินดินซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นพระอุโบสถเก่า เมื่อแจ้งแก่เจ้าของที่ เจ้าของที่จึงบริจาคที่ให้สร้างเป็นวัดชื่อว่าวัดสระแก้วปทุมทอง เมื่อปี พ.ศ. 2486

การตั้งชื่อวัด
ต่อมา หลวงพ่อโส โสภโณ จึงปรึกษานายไสว สร้อยเพชร ว่าที่หน้าวัดเป็นสระใหญ่มีดอกบัวขึ้นเต็มไปหมด ได้มีชาวบ้านเล่ากันว่าได้เห็นดวงแก้ว (พระบรมสารีริกธาตุ) ผุดขึ้นจากกลางสระอันเป็นบุพนิมิต มีแสงสว่างไสวไปทั่วทั้งสระ จึงพร้อมใจกันตั้งชื่อวัดนี้ว่า วัดสระแก้วปทุมทอง สระแก้ว เป็นชื่อสระน้ำโบราณ ปทุมทอง เป็นชื่อที่ตั้งขึ้นมาใหม่ตามบุพนิมิตนั้น

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาชาวบ้านทั้งหลายจึงเรียกขานนามวัดนี้ว่า วัดสระแก้วปทุมทอง โดยมีหลวงพ่อโส โสภโณ เป็นเจ้าอาวาสรูปแรก ต่อมาไม่นาน หลวงพ่อโสได้ลาออกจากการเป็นเจ้าอาวาส เมื่อ พ.ศ. 2489 ด้วยเหตุแห่งการชราภาพมาก จึงแต่งตั้งผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส คือ พระใบฎีกาประดิษฐ์ และพระสมุห์เพี้ยน ตามลำดับ

แต่ต่อมาไม่นานก็ว่างเจ้าอาวาสลงมาจนถึงเมื่อ ปี พ.ศ. 2491 พระครูศีลสารสัมบัน (พระสมุห์สำรวย สมฺปนฺโน) จึงได้ย้ายจากวัดพระศรีรัตน มหาธาตุ (วัดใหญ่) จังหวัดพิษณุโลก เข้ามาเป็นเจ้าอาวาสรูปที่ 2

 ลำดับเจ้าอาวาสวัดสระแก้วปทุมทอง

ลำดับเจ้าอาวาสและรักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดสระแก้วปทุมทอง
รายชื่อ ตำแหน่ง ปีที่ดำรงตำแหน่ง (พ.ศ.)
1. หลวงพ่อโส โสภโณ (ไม่ทราบนามสกุล) อดีตเจ้าอาวาส พ.ศ. 2489 - 2490
2. พระใบฎีกาประดิษฐ์ (ไม่ทราบฉายาและนามสกุล) อดีตรักษาการแทนเจ้าอาวาส พ.ศ. 2490
3. พระสมุห์เพี้ยน (ไม่ทราบฉายาและนามสกุล) อดีตรักษาการแทนเจ้าอาวาส พ.ศ. 2490
4. พระครูศีลสารสัมบัน (พระสมุห์สำรวย สมฺปนฺโน (หุ่นวัน)) อดีตเจ้าอาวาส และอดีตเจ้าคณะอำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก พ.ศ. 2491 - 2536
5. พระครูรัตนปทุมรักษ์ (สมศักดิ์ รกฺขิโต (บุปผาชาติ)) เจ้าอาวาส และเจ้าคณะตำบลกิตติมศักดิ์ พ.ศ. 2536 - ปัจจุบัน

 วัตถุมงคลของวัดสระแก้วปทุมทอง


สมเด็จพระแก้วมณีโชติ พ.ศ. 2515


พระผงพิมพ์รูปเหมือนพระครูศีลสารสัมบัน รุ่นจอมพล พ.ศ. 2515


เหรียญพระครูศีลสารสัมบัน พ.ศ. 2517 เนื้อทองแดง

ในอดีตขณะที่ท่านพระครูศีลสารสัมบันดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดสระแก้วปทุมทอง และยังมีชีวิตอยู่นั้น พระคุณท่านได้สร้างพระเครื่องอันเป็นอนุสรณ์สักการะบูชาไว้หลายอย่าง เช่น

1.พระผงพิมพ์แก้วมณีโชติ (พระพุทธมหาศิลามงคล) เนื้อดินและผง สร้างประมาณ พ.ศ. 2500 – 2509 พุทธาภิเษกเมื่อ พ.ศ. 2515 เป็นต้นตำรับพระเครื่องปี 2515 ผงถูกนำไปใช้เป็นฉนวนพระเครื่องรุ่นหลังอีกมากมาย พุทธาภิเษกรุ่นเดียวกันกับพระเครื่องจักรพรรดิ์มหาพุทธาภิเษก รุ่น 2515
2.พระพิมพ์พุทธมหาศิลามงคล เนื้อดิน กรุช่อฟ้าอุโบสถ สร้างเมื่อประมาณ พ.ศ. 2472
3.พระพิมพ์พุทธชินราชใบเสมา เนื้อดิน สร้างเมื่อ พ.ศ. 2515 ด้านหลังมีวัด พิมพ์เดียวกับรุ่นจักรพรรดิ์มหาพุทธาภิเษก พ.ศ.2515 ต่างกันแค่ด้านหลังที่เป็นรูปธรรมจักร
4.พระพิมพ์พุทธชินราชหลังใบโพธิ์ เนื้อผงและดิน สร้างเมื่อ พ.ศ. 2515 (ปัจจุบันหายากมาก)**
5.พระพิมพ์พุทธชินราชกลีบบัว เนื้อดิน กรุช่อฟ้าอุโบสถ สร้างเมื่อประมาณ พ.ศ. 2472 (สร้างเพียง 108 องค์)(ปัจจุบันหายากมาก)**
6.พระพิมพ์พุทธชินราชเกล็ดปลา เนื้อผง สร้างเมื่อ พ.ศ. 2515 (ปัจจุบันหายากมาก)**
7.พระพิมพ์พุทธชินราชใบมะขาม เนื้อดิน กรุช่อฟ้าอุโบสถ สร้างเมื่อประมาณ พ.ศ. 2472
8.รูปเหมือนพระครูศีลสารสัมบัน (สำรวย สัมปันโน) ทรงสี่เหลี่ยมใหญ่ เนื้อผงรุ่นรบรองกล้าชนะ(พิมพ์ใหญ่) ผสมเกศาพระครูศีลสารสัมปัน เป็นรุ่นดังที่สุดเรียกกันว่า รุ่นจอมพล สร้างเมื่อ พ.ศ. 2515 แจกทหารที่ไปรบรองกล้า เป็นรุ่นที่ถูกตีพิมพ์ลงหนังสือพิมพ์เดลิดิวส์ ครั้งยุทธการในการปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ภูหินรองกล้า บางคนเรียกว่า รุ่นปาฏิหาริย์ (ปัจจุบันยังมีให้บูชาที่วัดฯ)**
9.รูปเหมือนพระครูศีลสารสัมบันทรงไข่ไก่ เนื้อผงโบราณ (เก่า) รุ่น 2500 กึ่งพุทธกาล เป็นรุ่นที่หายากที่สุด มี 2 เนื้อ คือ ปิดทองและไม่ปิดทอง สร้างเมื่อ พ.ศ. 2500 พิมพ์นิยม มวลสารดีพิธีใหญ่ประกอบด้วยมวลสารคือ ผงว่าน 108 ชนิด ผงกรุสมเด็จวัดระฆังฯ ผงอิทธิเจ เกศาพระครูศีลสารสัมปัน และผงตะไบพระกริ่ง(วัดสุทัศน์ฯ)เป็นต้น
10.รูปเหมือนพระครูศีลสารสัมบัน (สำรวย สัมปันโน) ทรงสี่เหลี่ยมพิมพ์เล็ก เนื้อผง รุ่นหน้าแก่ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2515
11.รูปเหมือนพระครูศีลสารสัมบัน (สำรวย สัมปันโน) ทรงกลม เนื้อผง รุ่นล้อแม็ครถ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2515
12.เหรียญพระครูศีลสารสัมปัน (สำรวย สัมปันโน) วงรี พ.ศ. 2515 (ปัจจุบันหายากมาก)**
13.เหรียญพระครูศีลสารสัมปัน (สำรวย สัมปันโน) ใบเสมา (เนื้อกะไหล่ทอง รมดำและทองแดง) พ.ศ. 2517 (ปัจจุบันหายากมาก)**
14.รูปหล่อพระครูศีลสารสัมปัน เนื้อทองผสม ใต้ฐานบรรจุผงพระที่เหลือจากการสร้าง มีเขียนยันต์ หน้าตัก 5 นิ้ว พ.ศ. 2515

หมายเหตุ รุ่นที่สร้าง พ.ศ. 2515 "จักรพรรดิ์มหาพุทธาภิเษก" วันที่ ๑๙-๒๐ มกราคม ๒๕๑๕ ณ พระวิหารหลวงพ่อพระพุทธชินราชพิษณุโลก" ได้ร่วมพุทธาภิเษกในพิธีมหาจักรพรรดิ์ 2515 วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร (วัดใหญ่) พิษณุโลก ลำดับทำเนียบพระพุทธาภิเษก ลำดับ 9 - 10 (หมายเลข 9 - 10 สร้างโดยพระครูศีลสารสัมปัน (สำรวย สัมปันโน) วัดสระแก้วปทุมทอง จ.พิษณุโลก)[6][7] มีพระคณาจารย์นั่งปรกปลุกเสก ดังนี้ 1. หลวงพ่อทอง วัดพระปรางค์ จ.สิงห์บุรี 2. หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม จ.นครปฐม 3. หลวงพ่อนาค วัดทัศนารุณสุนธิการาม กทม. 4. หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ จ.เพชรบุรี 5. หลวงพ่อหอม วัดชากหมาก จ.ระยอง 6. หลวงพ่อศุข วัดโพธิทรายทอง จ.บุรีรัมย์ 7. หลวงพ่อสด วัดหางน้ำ จ.ชัยนาท 8. หลวงพ่อชื่น วัดตำหนักเหนือ จ.นนทบุรี 9. หลวงพ่อบุญ วัดวังมะนาว จ.ราชบุรี 10. หลวงพ่อทองอยู่ วัดใหม่นองพะอง จ.สมุทรสาคร 11. หลวงพ่อกรับ วัดโกรกกราก จ.สมุทรสาคร 12. หลวงพ่อเจริญ วัดทองนพคุณ จ.เพชรบุรี 13. หลวงพ่อพริ้ง วัดโบสถ์โก่งธนู จ.ลพบุรี 14. หลวงพ่อชื่น วัดคุ้งท่าเสา จ.ลพบุรี 15. พระครูสนิทวิยการ วัดท่าโขลง จ.ลพบุรี 16. หลวงพ่อคำ วัดบำรุงธรรม จ.สระบุรี 17. หลวงพ่อฝัน วัดราษฎร์เจริญ จ.สระบุรี 18. พระครูพุทธฉายาภิบาล วัดพระพุทธฉาย จ.สระบุรี 19. หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ จ.สุพรรณบุรี 20. หลวงปู่ทิม วัดระหารไร่ จ.ระยอง เป็นต้น

สำหรับน้ำพระพุทธมนต์ที่แช่พระกริ่งเข้าพิธี ใช้น้ำที่วัดตูม ต.พลายชุมพล อ.เมือง จ.พิษณุโลก เป็นน้ำที่ออกจากเศียรพระพุทธรูป ที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เคยใช้ในพิธีชุบพระแสงและเครื่องศัตราวุธ รวมกับน้ำในบ่อน้ำพระพุทธมนต์ วัดพระพายหลวง (บ่อพระร่วง) เมืองเก่าสุโขทัย จ.สุโขทัย




ขอขอบคุณที่มา...จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ