พิมพ์หน้านี้ - กลไกป้องกันตน

:: เครือข่ายศิษย์เก่า-ศิษย์ปัจจุบัน โรงเรียนโยธินบูรณะ :: Yothinburana Community ::

• Knowledge Center • => Education Center => ข้อความที่เริ่มโดย: JKxTal3onGxTh ที่ 09 ตุลาคม 2008, 16:57:12 PM



หัวข้อ: กลไกป้องกันตน
เริ่มหัวข้อโดย: JKxTal3onGxTh ที่ 09 ตุลาคม 2008, 16:57:12 PM
         
          กลไกป้องกันตน (Defense Mechanism) เป็นหนึ่งในหัวข้อการศึกษาของ จิตวิทยา กลไกป้องกันตน เป็นเครื่องมือในการบิดเบือนหรือหนีจากความจริงที่สร้างความไม่สบายใจหรือ ทุกข์ใจ กลไกป้องกันตนนี้ไม่ใช่สิ่งที่ผิด นอกจากว่าเราใช้มันมากไปและบ่อย จนทำให้ขาดความรู้สึกที่แท้จริงไปหรือใช้จนกระทั่งชีวิตประจำวันต้องผันแปร ไปจากปกติ หากเป็นอย่างนี้ ก็เรียกได้ว่า เราเกิดพยาธิสภาพทางจิตขึ้นแล้ว เราแยกชนิดของกลไกป้องกันตน แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ

1. กลไกป้องกันตนประเภทถอยหนี (Escape techniques)
          ใช้เพื่อหนีหรือหลีกเลี่ยงจากสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความวิตกกังวล

    * การเก็บกด (Repression)
          ซึ่ง Freud (ฟรอยด์) เป็นคนเริ่มแนะนำคำๆนี้ โดยอธิบายว่าหมายถึง

        "วิธีการที่บุคคลพยายามฝังความคิดที่ก่อให้เกิดความวิตกกังวลให้อยู่แต่ในจิตใต้สำนึกและรบกวนชีวิตประจำวันได้"

          ซึ่งการเก็บกดไม่เหมือนความพยายามไม่นึกถึง การไม่นึกถึงเป็นการเก็บกักความคิดหรือความรู้สึกโดยรู้ตัวว่าตัวเองพยายามเก็บอะไร ซึ่งความคิดหรือความรู้สึกนั้นยังฝังอยู่ในจิตสำนึกอยู่ แต่การเก็บกดนั้นเป็นการลบให้มันหายไปจากความรู้สึกและความทรงจำ ซึ่งความจริงแล้วมักไม่หายไปแต่จะเข้าไปฝังอยู่ในจิตใต้สำนึกของคนๆนั้น บางคนไม่ได้พยายามลบเฉพาะเหตุการณ์นั้นๆเท่านั้น แต่จะลบทุกอย่างที่เกี่ยวกับเหตุการณ์นั้นๆด้วย การเก็บกดที่มีลักษณะเด่นชัดและมีความรุนแรงที่สุดนั้นอยู่ในรูปของโรคลืม (amnesia) ซึ่งบางครั้งอาจเกิดจากความผิดปกติทางกาย เช่น เกิดจากความเสียหายของเนื้อเยื่อในสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับความทรงจำ ซึ่งอาการของโรคนี้ที่มีสาเหตุจากทั้ง 2 ชนิด มีลักษณะคล้ายกัน จึงทำให้ยากต่อการแยกแยะว่าเกิดจากชนิดใด จึงต้องมีการตรวจหาสาเหตุควบคู่กันไป


(http://img404.imageshack.us/img404/4061/22910981vh8.jpg)

  * การสร้างจินตนาการ (fantasy)
          ซึ่งมีหลายระดับ หลายรูปแบบที่พบบ่อย คือ การฝันกลางวัน (day dreaming) มักเกิดขึ้นบ่อยที่สุดในระยะที่บุคคลเข้าสู่วัยรุ่น อันเป็นวัยที่เขาไม่แน่ใจในบทบาทและเกิดความคับข้องใจจากความไม่แน่ใจนั้น และจากปัญหาอื่นๆซึ่งมักเกิดในวัยนี้ หากไม่สามารถที่จะปรับตัวเข้ากับความจริงได้ เขาอาจหนีเข้าสู่โลกแห่งจินตนาการ จนในที่สุดอาจไม่สามารถแยกความจริงกับจินตนาการออกจากกันได้ และเกิดพยาธิสภาพทางพฤติกรรมขึ้น


(http://i34.photobucket.com/albums/d129/Yoshi69/1-2.jpg)

    * การถอยกลับ (regression)
          นักจิตวิทยาบางคนเชื่อว่า การแสดงตนว่าป่วยไข้ของคนบางคน อาจเกิดจากการต้องการ ความสนใจจากคนอื่นๆ (hypochondriac) เหมือนเด็กๆที่ต้องการพึงพาพ่อแม่ การจะพึ่งพาคนอื่นจะทำได้ง่ายขึ้นเมื่อเราแสดงตัวว่าป่วย หากเป็นพฤติกรรมที่ทำเป็นประจำ จะเกิดขึ้นจากความคับข้องใจที่รุนแรง และการคงอยู่ของพฤติกรรมนั้นทำให้บุคคลแก้ไขความคับข้องใจได้ลำบากขึ้น


(http://i34.photobucket.com/albums/d129/Yoshi69/2-1.jpg)


2. กลไกป้องกันตนประเภทประนีประนอม (Compromise techniques)
          เราใช้มันเพื่อลดความเครียดอันเกิดจากความผิดพลาดหรือความล้มเหลวของตนเอง แต่การใช้ในปริมาณที่มากและบ่อยเกินไป ก็เป็นอาการที่บ่งบอกถึงความผิดปกติของพฤติกรรมที่รุนแรงได้

    * การซัดโทษ (projection)
          เป็นการเก็บกดและปิดลักษณะที่ไม่เหมาะสมของตนเอง และขณะเดียวกันก็ป้ายลักษณะที่ไม่เหมาะสมนั้นไปให้คนอื่น ซึ่งเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว จากการที่เราไม่ชอบ ไม่อยากเห็น ตัวเราเองไม่ดี จึงกล่าวหาว่าคนอื่นมีลักษณะนั้นๆแทนเสีย

    * การทดแทน (sublimation)
          ซิกมันด์ ฟรอยด์ กล่าวว่า การทดแทนเป็นการที่คนสร้างจุดมุ่งหมายที่ 2 ขึ้นมาแทนจุดมุ่งหมายที่พลาด จะใช้เมื่อเรากลัวการไม่ยอมรับจากสังคม โดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องเพศ ซึ่งคนเราไม่สามารถที่จะสนองตอบความต้องการทางเพศของเราได้เสมอไป จึงต้องมีกิจกรรมอื่นเข้ามาเพื่อทดแทน เช่น การออกกำลังกาย วาดเขียนและเขียนหนังสือ เป็นต้น หากการทดแทนมีมากเกินไป อาจทำให้บุคคลสูญเสียความนับถือในตนเองได้

    * การกลบเกลื่อนโดยแสดงออกในทางตรงกันข้าม (reaction formation)
          การกลบเกลื่อนโดยแสดงออกในทางลบ เกิดจากการที่บุคคลมีแรงจูงใจที่ไม่เหมาะสม ขณะเดียวกันก็มีความโกรธโดยไม่รู้ตัว ว่าจะมีคนอื่นรู้และตำหนิเขาที่มีแรงจูงใจที่น่าละอายนั้น กลัวว่าคนอื่นจะมองว่าคุณค่าของตนเองลดลง ส่วนการกลบเกลื่อนโดยแสดงออกในทางบวก เป็นการพยายามแสดงความดีหรือแสดงพฤติกรรมที่สังคมยอมรับมากเกินขอบเขต


(http://img404.imageshack.us/img404/7088/21957510oa2.jpg)

    * การชดเชย (compensation)
          เกิดจากการที่บุคคลเกิดความคับข้องใจในเป้าหมายที่ไม่สามารถบรรลุได้ จึงตั้งเป้าหมายใหม่ที่สามารถเป็นไปได้และใกล้เคียงกับเป้าหมายเดิม ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายการทดแทน แต่การทดแทน เกิดจากความคิดหรือความรู้สึกไม่เป็นที่ยอมรับของสังคม ส่วนการเบนเป้าหมาย เกิดจากความล้มเหลวที่เกิดขึ้นแล้ว อย่างไรก็ตาม หากการเบนเป้าหมายมีมากเกินไปอาจทำให้คนอื่นรำคาญ และไม่ยอมรับในตัวบุคคลคนนั้นได้เช่นกัน


(http://i34.photobucket.com/albums/d129/Yoshi69/2-2.gif)







หัวข้อ: Re: กลไกป้องกันตน
เริ่มหัวข้อโดย: ผู้ดูแลบอร์ดหมายเลข 2 ที่ 09 ตุลาคม 2008, 16:58:58 PM
สังเกตุเห็นได้ เยอะ ในสังคมไทย ในปัจจุบัน แม้มันจะ มีนานแล้วก็ตาม กับ พฤติกรรมนี้


หัวข้อ: Re: กลไกป้องกันตน
เริ่มหัวข้อโดย: gintonix ที่ 09 ตุลาคม 2008, 17:07:24 PM
สังเกตุเห็นได้ เยอะ ในสังคมไทย ในปัจจุบัน แม้มันจะ มีนานแล้วก็ตาม กับ พฤติกรรมนี้


แกไง...กลไกกลบเกลื่อน

อิอิ


หัวข้อ: Re: กลไกป้องกันตน
เริ่มหัวข้อโดย: JKxTal3onGxTh ที่ 09 ตุลาคม 2008, 17:08:37 PM
เขาเรียกว่า "แถ"  ครับพี่

ชัดเจน แจ่มจรัสรัตนา  << ใครคิดเนี่ย!?


หัวข้อ: Re: กลไกป้องกันตน
เริ่มหัวข้อโดย: gintonix ที่ 09 ตุลาคม 2008, 17:10:24 PM
เขาเรียกว่า "แถ"  ครับพี่

ชัดเจน แจ่มจรัสรัตนา  << ใครคิดเนี่ย!?


Give Me 5

555555


หัวข้อ: Re: กลไกป้องกันตน
เริ่มหัวข้อโดย: ผู้ดูแลบอร์ดหมายเลข 2 ที่ 09 ตุลาคม 2008, 20:15:09 PM
เขาเรียกว่า "แถ"  ครับพี่

ชัดเจน แจ่มจรัสรัตนา  << ใครคิดเนี่ย!?


เออ  จริงๆ  น้องจิ

พี่อะ แถ ตัวพ่อ  5555


แต่ ว่า แจ่มจรัสรัตนา  พี่เห็นมันคล้องดี แหะๆ

คิดเอง ด้นเอง สดๆ  จ้า

แล้วจะมี คำแปลกๆ ตามมาอีกเป็นพรวน อิอิ


หัวข้อ: Re: กลไกป้องกันตน
เริ่มหัวข้อโดย: Rossoneri ที่ 09 ตุลาคม 2008, 21:08:52 PM
เข้ามาดู (และปั่น)... ;D


หัวข้อ: Re: กลไกป้องกันตน
เริ่มหัวข้อโดย: MooTHooN ที่ 25 กันยายน 2009, 21:43:39 PM
วิชา psycho เคยอ่านนานแล้วอ่ะ แต่จำไม่ได้555+